9 พฤษภาคม 51 – วันพืชมงคล
ผมนั่งทำงานอยู่ที่บ้านพัก…เหมือนเช่นเคย…มองออกไปนอกหน้าต่าง เดินไปรดน้ำต้นไม้… พาหมาไปเดินเล่นหรือไปดูนกที่ชายทุ่ง…ที่สุดแล้ว…ที่สุดปลายตาที่เห็น…ก็ยังเป็นยอดดอย ยอดเดิม…
และคืนวันที่หมุนเวียน…เปลี่ยนไป…มันก็ยังคงสวยงามอยู่เสมอ
ผมเพิ่งมารู้สึกถึงความผูกพัน…กับการมองอะไรที่คุ้นเคยก็คราวนี้…กระมัง !
พลางทำให้นึกถึงภาพพิมพ์ญี่ปุ่น ชุดมุมมองภูเขาไฟฟูจิยาม่า ของศิลปิน โฮกูไซ คัตซูชิกา…
นึกได้ก็เลยลองรื้อไฟล์ภาพที่เก็บไว้มาดูอีกครั้ง มันเป็นอะไรที่เรียกได้ว่า น่านับถือเอามากๆ…สังเกตได้ว่าภาพแต่ละภาพส่วนใหญ่จะมีฉากหน้า และเส้นนำสายตาไปสู่ภูเขาไฟเบื้องหลัง ทำให้เกิดเป็นภาพที่มีมิติ ไม่ราบแบนเหมือนภาพจิตรกรรมยุคก่อนหน้านั้น…ซึ่งกลายเป็นแนวทางการจัดองค์ประกอบภาพด้านจิตรกรรมในสมัยต่อมา…
หลายคนอาจจะพอคุ้นเคยกับภาพ The Great Wave off Kanagawa กันบ้างแล้ว…วันนี้ก็เลยขอเอาภาพอื่นๆในชุดนี้ มาร่วมชื่นชมให้สาสมใจ…กันและกัน
และสุดท้าย…เราอาจพบว่า…”มุมมอง…ที่ปลายทาง(เรา)ต่างเหมือนกัน”…ก็เป็นได้
……………………………………
ข้อมูลเพิ่มเติม*
โฮกูไซ คัตซูชิกา ( Hokusai Katsushika ) เป็นศิลปินญี่ปุ่นที่มีชีวิตอยู่ในสมัยเอโดะ (ประมาณปีค.ศ.1603 to 1868 ) ซึ่งเป็นสมัยเริ่มต้นที่ญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ความสมัยใหม่ บรรยากาศทางศิลปะในยุคนั้นเฟื่องฟูด้วยการแลกเปลี่ยนทางการค้าระหว่างชาวตะวันตกที่มีหัวเรือใหญ่เป็นพวกฮอลันดา มาค้าขายกับญี่ปุ่น ซึ่งสินค้าที่นำมาก็จะมีหลากหลายรวมไปถึงพวกภาพเขียน ศิลปะต่างๆ พวกศิลปินญี่ปุ่นหัวก้าวหน้าก็มักจะไปนางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่สำคัญในสมัยนั้น เพื่อไปดูงานศิลปะจากต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา ซึ่งงานศิลปะเหล่านี้แหละ เป็นที่มาของอิทธิพลรูปแบบศิลปะจากตะวันตกสู่งานศิลปะญี่ปุ่น
โฮกุไซเริ่มสนใจศิลปะและหัดวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนอายุ 15 เขาได้เริ่มมาฝึกงานในโรงไม้ที่ทำภาพพิมพ์ ต่อมาตอนอายุ 18 ก็ได้เป็นศิษย์ของ Katsukawa Shunsho โดยตอนนั้นเขาได้เปลี่ยนมาชื่อว่า Katsukawa Shunro โดยทำงานภาพพิมพ์รูปนักแสดง ภายใต้ร่มเงาอิทธิพลของอาจารย์ Shunsho ซึ่งในขณะเดียวกันเขาก็ได้ไปคลุกคลีอยู่อาจารย์ Yusen ของสำนัก Kano หัดทำภาพพิมพ์แบบตะวันตกที่เริ่มมีเทคนิคการใช้ Perspective ซึ่งพออาจารย์ Shunsho เสียชีวิต โฮกุไซก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นเพราะไปคลุกคลีกับสำนักอื่นมากเกินไป แต่การออกจากระบบการศึกษาหาได้เป็นปัญหากับอัจฉริยะผู้นี้ไม่ โฮกุโซมีความพากเพียรเป็นเลิศ หายใจเข้าหายใจออกเป็นการทำภาพพิมพ์ญี่ปุ่นเท่านั้นราวกับว่าเขาเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เขาจะตื่นแต่เช้าเริ่มทำงานและจะละจากไปเมื่อตะวันตกดินแล้วเท่านั้น วันแล้ววันเล่าที่เขาทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งในชีวิตช่วงหนึ่ง(ราวปี 1834-1849) เขาได้ใช้ชื่อฉายาว่า Gakyo-rojin, ซึ่งมีความหมายว่าชายแก่ผู้บ้าคลั่งรูปภาพ (old man mad with painting)ซึ่งความบ้าคลั่งนี้เองที่เป็นที่มาของงานกว่า30,000 ชิ้นที่โฮกุไซทิ้งไว้ให้โลกนี้ดูต่างหน้า และสถิติที่โลกไม่ลืมกับการเปลี่ยนชื่อ 29 ครั้ง และ ย้ายบ้าน 93 หนชั่วชีวิต
• 1779: Shunro
• 1781-1782: Zewaisai
• 1785-1794: Gumbatei
• 1795-1798: Sori
• 1797-1798: Hokusai Sori
• 1798-1819: Hokusai
• 1798-1811: Kako
• 1799: Fasenkyo Hokusai
• 1799: Tatsumasa Shinsei
• 1803: Senkozan
• 1805-1809: Kintaisha
• 1800-1808: Gakyojin
• 1805: Kyukyushin
• 1805-1806 and 1834-1849: Gakyo-rojin
• 1807-1824: Katsushika
• 1811-1820: Taito
• 1812: Kyorian Bainen
• 1812-1815: Raishin
• 1814: Tengudo Nettetsu
• 1820-1834: Iitsu
• 1821-1833: Zen saki no Hokusai Iitsu
• 1831-1849: Manji
• 1834: Tsuchimochi Nisaburo
• 1834-1846: Hyakusho Hachemon
• 1847-1849: Fujiwara Iitsu














































สตอเบอร์รี่ซันเดย์สวัสดิ์ขอรับท่านอิ่ม
รอถึงวันอาทิตย์เจ้าเต่าไมเคิลโน้ตบุ๊คความเร็วหอยทากเรียกป๋าของข้าพเจ้าก็ยังไม่สามารถโหลดภาพได้ครบอยู่ดี
แต่ก็ได้มาเกินครึ่ง (ไม่เหมือนครั้งแรก ได้เพียงสามสี่ภาพ)
ขอบพระคุณที่อัพภาพมาให้เปิดหูเปิดตา ข้าพเจ้ายินชื่อเสียงอันโด่งดังข้ามโลกของภาพพิมพ์ญี่ปุ่นแต่ครั้งแวนโก๊ะหลงใหลถึงกับนำแปะไว้ฝาห้องทำให้แม่มาซาอิโก๊ะนุ่งกิโมโนอวดโฉมทางฟากฝั่งฟ้าตะวันตกในภาพเซลฟ์พอร์ตเทรตวิทธ์ผ้าพันแผล และอีกหลายภาพของแวนโก๊ะ
ทั้งสองผ่านโลกสีน้ำเงินใบนี้เวลาใกล้เคียงกัน เชื่อว่าหนึ่งในแรงบันดาลใจแวนโก๊ะหลงใหลต้องมีภาพท่านผู้ยี่สิบเก้าชื่อเป็นแม่นมั่น
สงสัยมานานภาพพิมพ์ที่ว่าเป็นเช่นไร? ครั้งนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตา ขอบคุณขอรับขอบคุณ
มีปุจฉาใคร่เรียนถามท่านสักเล็กน้อย
ไม่ทราบท่านจัดการวัชพืชอย่างไร? จัดการต้นหญ้าที่งอกแล้วงอกเล่างอกยาวอย่างไร? สถานที่อาศัยล้อมรอบด้วยทุ่งนาใช่ไหม? หน้าแล้งชาวนาเผาตอข้าวหรือเปล่า? ท่านลงแปลงเกตรเองหรือจ้างทำ? ได้แหล่งน้ำจากไหน?
คงยังมีข้อข้องใจใคร่รู้อีกมาก ไว้อาทิตย์หน้าจะหิ้วป้านชามานั่งสนทนาขอรับ
คารวะ