10 พฤษภาคม 51
บ่ายแก่ๆ …จากอากาศที่ร้อนชื้นจนชวนให้ตัวเหนียว…พร้อมกับความรู้สึกว่าอยากอาบน้ำเป็นการด่วน…
ทันทีที่ตั้งท่าจะถอดเสื้อและปลดกางเกงขาก๊วยไปคว้าผ้าขาวม้า…ลม..ระลอกใหญ่จากทิศตะวันออกเฉียงเหนือก็พัดพามาปะทะผิวหยาบกร้าน…ให้ขนลุกอย่างกับโดนแป้งเย็นป้ายใต้รักแร้…ซะงั้น!
ฟ้าเริ่มร้อง…อย่างเสียงท้องร้องยามหิวโหย กลิ่นดินเริ่มโชย…อย่างปลาช่อนนึ่งมะนาวยามที่เข้าปากคำแรก… เสียงสายฝนโหมกระหน่ำ…อย่างกับตอนเทหอมแดงซอยลงบนน้ำมันร้อนๆ
เฮ้ยตื่นๆ!! เก็บความหิวไว้ก่อน…ฝนตกแล้ว…ชุดใหญ่เลย! ไปเก็บผ้าที่ตากหลังบ้านเร็ว…
มาแล้วครับ ฤดูฝน…ผมรอคอยเวลานี้ มาได้สักระยะแล้ว…เพราะไม่ค่อยชอบฤดูร้อนสักเท่าไหร่ นอกจากความงามของดอกไม้บานอย่าง หางนกยูง ดอกคูณ และอินทนิลเท่านั้น
คำพยากรณ์เสี่ยงทายปีนี้ คงพอทำให้เกษตรกรมีกำลังใจอยู่มากโข เพราะพระโคท่านเลือกกินข้าว พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหารจะบริบูรณ์ดี กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร อุดมสมบูรณ์ดี
แหม่…ฟังแล้ว น่าเอาใจช่วยเกษตรกรเสียจริงๆ หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้น ! แต่ที่แน่ๆที่ผมรู้คือ ปีนี้ นายทุนผู้รับซื้อ-โรงสี มีหวังรวยซ้ำรวยซ้อน …ภาวนาอย่าให้เอาเปรียบ กดราคาผลผลิตจนเกินงามไปล่ะ…
แต่ที่น่าหนักใจ! ก็ขอให้ระวัง..จะเกิดสงครามน้ำ เพราะใครๆ ต่างกันหันมาปลูกข้าวมากขึ้น จากที่ทำนาปี ปีละครั้ง ก็ดันขอขยันทำงานเพิ่ม ทำนาปลังเข้าให้อีกหน…แหม่…งานนี้…เพราะเงินแท้ๆ เลยจริงน้า…
…อย่างไรเสีย…ก็ยังยินดีที่ประเทศเรายังคงมีข้าวกิน…มีผืนดินที่อุดมด้วยความหวัง … แม้ว่าเราอาจจะพลัดหลงอยู่ในกระแสของโลกบริโภคนิยมอันเชี่ยวกราดก็ตาม…
แต่เมื่อถึง…วันหนึ่ง! เราอาจได้เรียนรู้กับความหมายที่ชวนให้ตื่นจากภวังค์…ว่าสุดท้ายแล้ว… “เงินทองเป็นมายา ข้าวปลาเป็นของจริง”
“สวัสดี…วสันตฤดู”
……………………………………..
ความรู้เพิ่มเติม*
วันพืชมงคล หมายถึง วันที่กำหนดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่าแก่มาแต่โบราณ ที่เสริมสร้างให้เกิดขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรของชาติ พระราชพิธีพืชมงคลได้เริ่มมีขึ้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระราชพิธี 2 พิธี รวมกันคือ พระราชพิธีมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์อย่างหนึ่ง กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์ โดยพิธีสงฆ์จะจัดในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลท้องสมนามหลวง การจัดงานพระราชพิธีพืชมงคล จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ได้กระทำเต็มรูปแบบครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ.2479 แล้วว่างเว้นไป ต่อมาในปี พ.ศ.2503 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ฟื้นฟูพระราชพิธีนี้ขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงมีกระแสรับสั่งให้ปรับปรุงพิธีการบางอย่างให้เหมาะสมกับยุคสมัย ในการประกอบพระราชพิธีพืชมงคล พระมหากษัตริย์ จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทำขวัญพืชพันธุ์ต่าง ๆ เช่น ข้าวเปลือก เป็นต้น ส่วนพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกหน้าขวัญ เป็นพระราชพิธีเริ่มการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยจะโปรดเกล้าแต่งตั้งนางเทพีหาบพันธุ์พืช เช่น พันธุ์ข้าว ตามหลังพระยาแรกนา โดยมีพระโคเทียมแอกและไถพร้อมอยู่ ณ บริเวณนาจำลองที่ท้องสนามหลวง พระยาแรกนาจะไถหว่านพันธุ์พืช โดยใช้พันธุ์พืชที่นางเทพีหาบตามหลัง หว่านลงบนนาจำลองเสมือนเป็นการประกาศแก่เกษตรกรว่า ฤดูกาลทำนาเริ่มแล้ว โดยสมมุติว่าพระมหากษัตริย์ ทรงพระกรุณาเริ่มการหว่านไถเป็นแบบอย่างและเป็นมงคล เพื่อให้เกษตรกรดำเนินตาม
สำหรับการพยากรณ์ในการเสี่ยงทาย ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจะเป็น
- ผ้านุ่งแต่งกาย ผ้านุ่ง ซึ่งพระยาแรกนาขวัญ ตั้งสัตยาอธิฐานหยิบนั้นเป็นผ้าลายมีด้วยกัน 3 ผืน คือ หกคืบ ห้าคืบ และสี่คืบ ผ้านุ่งนี้จะวางเรียงบนโตก มีผ้าคลุมให้พระยาแรกนาขวัญหยิบ ถ้าหยิบได้ผืนใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้น คือ
- ถ้าหยิบได้ผ้า 4 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะได้ผลบริบูรณ์ดี นาในที่ลุ่มอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่
- ถ้าหยิบได้ผ้า 5 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี ข้าวกล้าในในนาจะได้ผลบริบูรณ์และผลาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี
- ถ้าหยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้างไม่ได้ผลเต็มที่
ของกิน 7 สิ่ง ที่ตั้งเลี้ยงพระโคนั้นมีข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่วเขียว งา หล้า น้ำ และหญ้า ถ้าพระโคกินสิ่งใดก็จะมีคำทำนายไปตามนั้น คือ
- ถ้าพระโคกินข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหารจะบริบูรณ์ดี
- ถ้าพระโคกินถั่วหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี
- ถ้าพระโคกินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี
- ถ้าพระโคกินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง
ปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (ร.9) ทรงเพาะพันธุ์ข้าวชั้นดีในเขตพระราชฐาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่จัดพันธุ์ข้าวบรรจุซองเพื่อแจกแก่เกษตรกรด้วย ส่วนตำแหน่งพระยาแรกนาในสมัยรัชกาลที่ 1 จนถึงต้นรัชกาลที่ 4 ได้แก่ เจ้าพระยาพลเทพ ส่วนพระยาแรกนาในรัชกาลปัจจุบัน (ร.9) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นพระยาแรกนา พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี เนื่องจากระยะนี้เป็นระยะที่เหมาะสม ที่จะเริ่มต้นการทำนาอันเป็นอาชีพหลักของคนไทย แต่มิได้กำหนดวันที่แน่นอน เพียงแต่พิจารณาว่า วันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคม ที่มีฤกษ์ยามเหมาะสมก็ให้จัดในวันนั้น


อา..เข้าหน้าฝนแล้วหรือ?
ถึงว่าซัดหลังคาสังกาสีซะไม่เป็นอันหลับนอน
โอว..ข้าพเจ้ายังไม่ทันได้ล่ำลาแม่สาวหน้าร้อนโสภาเลยทั่ลล์ เธอจากไปไม่ทันรู้ตัว อืมม์ หมู่เมฆฤดูร้อน ไว้เจอกันปีหน้า ยามนี้ต้องล้างโอ่งซ่อมรางน้ำฝนก่อนล่ะ!
คารวะ