บทความและภาพจากนิตยสาร Matter เล่มที่ 3.2 โดย อลันนา สแตง / แปลโดย: TCDC
นิทรรศการนี้จัดแสดงโดยคัดเลือกจากวัสดุที่ใช้ตามเกณฑ์ต่างๆ ได้แก่ วัสดุจากธรรมชาติที่สามารถปลูกทดแทนได้อย่างรวดเร็ว เช่น ต้นไม้ที่โตเร็วและวัสดุทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลได้อีกครั้ง หรือมีอายุการใช้งานนานและไม่ต้องการการดูแลมากนัก รวมถึงวัสดุที่สามารถย่อยสลายและรีไซเคิลได้ทำให้ไม่มีเศษวัสดุเหลือทิ้ง ตลอดจนการซักถามผู้เยี่ยมชมนิทรรศการเกี่ยวกับพลังงานที่ใช้ไปในการสกัดวัสดุ กระบวนการผลิต การบรรจุสินค้า การขนส่ง การติดตั้งและการรีไซเคิลวัสดุหรือการกำจัดขยะที่เกิดขึ้นจากการสร้างบ้าน พบว่า มากถึง 70% ของปริมาณพลังงานทั้งหมดที่ถูกใช้มาจากตัววัสดุ นอกจากนี้ ยังแนะนำให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์และวัสดุที่ผลิตได้ในท้องถิ่นเพื่อที่จะลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองและมลภาวะที่เกิดขึ้นจากการขนส่ง
จากบ้าน 21 หลังในโครงการบ้านสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีสามหลังที่น่าสนใจเป็นพิเศษเนื่องจากวัสดุที่นำมาใช้ หลังแรกคือ Mill Valley Straw-Bale House สร้างเมื่อปี ค.ศ. 2001 ตั้งอยู่นอกเมืองซานฟรานซิสโกซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่ออาร์คิน ทิลต์ (Arkin Tilt) โครงสร้างภายในของผนังทำจากมัดฟางข้าวซึ่งปิดผิวด้วยการพ่นดินเคลือบสามารถมองเห็นได้จากภายนอก ระบบโครงสร้างนี้เป็นฉนวนอย่างดีและยังช่วยค้ำจุนผนังด้วย หลังคาที่เป็นฉนวนทำด้วยเส้นใยเซลลูโลสจากกระดาษหนังสือพิมพ์รีไซเคิลแล้วปิดผิวด้วยแผ่นบอร์ดที่ทำจากฟางข้าว นอกจากนี้ ยังตกแต่งภายในด้วยเสาจากต้นยูคาลิปตัสที่ไม่ตกแต่งผิว ปิดผิวหน้าเคาน์เตอร์ในครัวด้วยแก้วรีไซเคิล ใช้ประตูเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่ ตกแต่งขอบด้วยเศษไม้ซีดาร์ เคาน์เตอร์ในครัวทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ และถังขยะสำหรับใส่ชิ้นส่วนที่รีไซเคิลได้หลังจากการใช้งานแล้วทั้งจากภายในและภายนอกบ้าน
บ้าน “R128” ออกแบบโดยเวอร์เนอร์ โซเบก (Werner Sobek) สร้างบนพื้นที่ลาดชันบนเนินเขานอกเมืองสตุตการ์ต เป็นบ้านตัวอย่างในการใช้วัสดุนวัตกรรมที่มีความแตกต่างกันได้อย่างลงตัว ทำให้ได้งานออกแบบที่ดี สมบูรณ์แบบและเรียบง่าย อีกทั้งยังสวยงามซึ่งไม่ค่อยได้เห็นในการก่อสร้างบ้านแบบยั่งยืน บ้านนี้เป็นตัวแทนในแง่ของความคิดจินตนาการหลากหลายระหว่างการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน และการรีไซเคิล โดยออกแบบให้การติดตั้งและรื้อถอนมีผลกระทบต่อพื้นดินน้อยที่สุด ส่วนประกอบของอาคารสามารถถอดออกได้ง่ายและรีไซเคิลได้ ทั้งยังมีฟอยล์พลาสติกเคลือบโลหะที่สามารถสะท้อนรังสีอินฟราเรดคลื่นความถี่ยาวออกมาได้ แผงกระจกเคลือบที่ด้านหน้าของตึกสามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ มีแผงลดอุณหภูมิในเพดานที่ช่วยดูดซับความร้อนจาก แสงอาทิตย์แล้วปล่อยผ่านตัวกระจายความร้อนได้ในฤดูหนาว การที่บ้านมีการใช้ระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมดนี้ทำให้ไม่มีการปล่อยสารใดๆ ออกจากตัวบ้าน และความโปร่งใสแบบสามมิติของตัวบ้านทำให้ผู้ที่พักอาศัยเกิดความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ
บ้านหลังสุดท้ายเป็นบ้านที่มีเสน่ห์น่าสนใจด้วยความคิดในการใช้วัสดุชนิดเดียวที่สามารถปลูกทดแทนได้คือ ไม้ไผ่ มาเป็นโครงสร้างและองค์ประกอบของบ้าน บ้านไม้ไผ่ (the Great (Bamboo) Wall) นี้ตั้งอยู่ใกล้บริเวณกำแพงเมืองจีน ออกแบบโดยเคนโก คุมะ แอนด์แอดโซซิเอต (Kengo Kuma & Associates) ซึ่งได้แนวคิดจากโครงสร้างของกำแพงเมืองจีน จึงใช้ลำไม้ไผ่มัดเรียงรวมกันตามแนวยาวของลำต้นสร้างเป็นผนังของบ้าน แสดงถึงความสามารถของตัวไม้ไผ่ที่ให้ความรู้สึกของงานประติมากรรม ให้แสงเงา เพิ่มลีลาและลวดลายให้กับด้านหน้าของตัวบ้าน โครงสร้างของบ้านไม้ไผ่ที่ดูเหมือนเปราะบางแต่โปร่งซึ่งตรงข้ามกับความแข็งแรงของกำแพงเมืองจีนนี้ มีแสงส่องผ่านและมีลมถ่ายเทได้ดี บ้านนี้สร้างอยู่ในเขตพัฒนาของเอกชนในหมู่บ้านทางตอนเหนือของปักกิ่ง ซึ่งมีลักษณะทั้งเรียบหรูและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย




ครึ้มฝนสวัสดิ์ขอรับท่านอิ่ม
ข้าพเจ้าเป็นคนไม่มีบ้าน (อาศัยในขนำ)
แต่ก็นับว่าใช้เวลาเนิ่นนานกว่าทำความเข้าใจสิ่งนี้
ชัดเจนแล้วว่าวันใดข้างหน้าเมื่อข้าพเจ้ามีบ้าน จะเป็นบ้านที่สัมพันธ์กับแสงตะวัน ฤดูกาล ผืนดินที่ตั้ง ภูมิอากาศท้องถิ่นอย่างแนบแน่น ไม่แบ่งแยกอากาศภายในภายนอก ปัดกวาดทำความสะอาดโดยง่าย ร่มรื่นอยู่ในดงไม้
ติดอยู่เรื่องก็คือปลวก ข้าพเจ้าย้ายขนำมาสามครั้ง โดนปลวกเล่นงานสะบักสะบอม คิดไว้ว่าวันใดสร้างบ้าน จะใช้ไม้เชอร์ร่า ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับไม้เชอร์ร่าขอรับ?
คารวะ