“ฉันเชื่อว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของมนุษย์คือการแสวงหาความสุข นั่นแจ่มแจ้งอยู่แล้ว ไม่ว่าคน ๆ นั้นนับถือศาสนาหรือไม่ ไม่ว่าคน ๆ นั้นนับถือศาสนาใด เราทุกคนล้วนแล้วแต่แสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต ดังนั้นฉันคิดว่าชีวิตคนเรามุ่งหน้าเข้าหาความสุขเป็นจุดหมายปลายทาง…”
ด้วยถ้อยแถลงดังกล่าว องค์ดาไลลามะได้ประกาศแก่นธรรมสารของท่านต่อโลก แต่ที่สำคัญท่านได้บอกวิธีก้าวไปสู่เป้าหมายดังกล่าวด้วย เมื่อมีผู้ตั้งคำถามว่ามันเป็นไปได้จริงหรือที่ชีวิตจะก้าวไปพบความสุข? องค์ดาไลลามะตอบว่า “เป็นไปได้สิ ฉันเชื่อว่าสามารถบรรลุความสุขได้โดยผ่านการฝึกจิต” แน่นอนว่าต่างไปจากความสุขในสายตาของโลกทุนนิยมและวัตถุนิยมที่ตีค่าความสุขจากการได้ครอบครองอะไรสักอย่าง
สำหรับเราชาวไทยที่นับถือพุทธศาสนาคงไม่แปลกใจกับวิถีการฝึกจิตดังกล่าวสักเท่าไร ตรงกันข้ามในสายตาของชาวตะวันตกที่ตั้งอยู่บนระบบคิดทางจิตของซิกมันด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ แทบจะไม่มีความคิดเรื่องนี้อยู่ในสารบบเลย “มนุษย์เรามีความรู้สึกโน้มเอียงที่จะกล่าวว่า เป้าหมายที่จะให้มนุษย์มี ‘ความสุข’ นั้นไม่ได้รวมอยู่ในแผนการสร้างโลกของพระผู้เป็นเจ้า” ด้วยเหตุนั้นจิตแพทย์ผู้ศึกษาร่ำเรียนมาเพื่อบำบัดเจ้าของดวงจิตที่ทุกข์ทรมานคงทำได้เพียงช่วยให้ความทุกข์ทรมานอันรุนแรงได้เบาบางลงในระดับปรกติที่ทนได้ แต่ไม่เคยมีใครคิดถึงแนวทางขององค์ดาไลลามะว่า แท้จริงแล้วมนุษย์เราสามารถก้าวไปถึงเป้าหมายสุดท้ายในการค้นพบความสุขได้ สำหรับโลกตะวันตกที่คนไทยเรากำลังเดินตามอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้น ความคิดเกี่ยวกับการบรรลุความสุขที่แท้จริงยังคงดูเหมือนเป็นสิ่งมายา ความสุขเป็นสิ่งที่ยากที่จะอธิบายและไขว่คว้า แม้แต่คำว่า “ความสุข” (happy) ยังมีรากศัพท์มาจากคำว่า happ ในภาษาไอซ์แลนด์ อันหมายถึงโชคหรือโอกาส ซึ่งก็เหมือนกับการถูกหวยนั่นแหละ มีกี่คนจะถูกหวยรางวัลใหญ่ ๆ กันบ้าง และการจะถูกหวยได้ทุกวันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่!
องค์ดาไลลามะได้กล่าวถึง ‘การฝึกจิต’ ในความหมายของท่านว่า ไม่ได้หมายถึงจิตซึ่งเป็นเพียงสติปัญญาหรือความสามารถในการคิดหาความรู้ แต่ ‘จิต’ ในที่นี้หมายถึง เซ็ม (sem) ในภาษาธิเบต ซึ่งมีความหมายกว้างกว่ามาก และใกล้เคียงกับคำว่า ‘จิตใจ’ (psyche) หรือ ‘จิตวิญญาณ’ (spirit) ซึ่งรวมทั้งปัญญาและความรู้สึก ทั้งหัวใจและจิตใจ ด้วยการฝึกฝนภายในเราสามารถผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ มุมมองทั้งหมดและวิธีการดำเนินชีวิต
“เมื่อเราพูดถึงการฝึกฝนภายใน มันยังเกี่ยวข้องกับอะไรอีกหลายวิธี แต่โดยทั่วไปแล้ว เราต้องเริ่มจากการแยกแยะเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่นำความสุขมาให้ และเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่นำความทุกข์มาให้ ทำได้ดังนี้แล้วจึงลงมือกำจัดเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์และบ่มเพาะปัจจัยที่ทำให้มีสุข นั่นคือวิธีการ” สำนักของท่านพุทธทาสภิกขุเน้นเรื่องนี้มาก โดยมีเครื่องมือสำคัญที่เรียกว่าวิธีปฏิจจสมุปบาท
ชีวิตนั้นสั้นนัก วันคืนของเรามีขอบเขตจำกัด ในวินาทีนี้ คนจำนวนหนึ่งกำลังลืมตาดูโลก บางคนถูกลิขิตให้มีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายหรือเคราะห์กรรมต่างๆ บ้างก็ถูกลิขิตให้มีอายุยืนยาวนับศตวรรษ เพื่อที่จะลิ้มรสที่ชีวิตหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะหรือความสิ้นหวัง ความเกลียดและความรัก เราไม่มีวันรู้ แต่คำถามที่สำคัญยังคงอยู่ อะไรคือจุดมุ่งหมายของชีวิต? อะไรทำให้ชีวิตเรามีคุณค่า?
ดังนั้นเรามาเริ่มต้นด้วยสมมุติฐานที่ว่า จุดมุ่งหมายของชีวิตคือการแสวงหาความสุข ซึ่งเป็นการมองความสุขในฐานะเป้าหมายแท้จริง ซึ่งคนเราสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อบรรลุได้ เมื่อเราเริ่มแยกแยะเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ชีวิตที่มีสุขกว่าเดิม เราจะได้เรียนรู้ว่าการแสวงหาความสุขได้หยิบยื่นประโยชน์ให้ไม่เฉพาะแก่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงครอบครัวของเขาตลอดจนสังคมในวงกว้างได้อย่างไรด้วย
ในที่นี้เราอาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า ทุกข์หรือสุขล้วนเป็นปัจจัยภายในตัวเราที่เราสามารถกำหนดได้ด้วยการฝึกจิต ขณะที่ความสุขแบบสุขนิยมบนพื้นฐานของวัตถุนิยมและอำนาจนิยมที่เรากำลังแสวงหากันอยู่ทุกวันนี้ เป็นความสุขจากปัจจัยภายนอก ที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลย ด้วยเหตุนั้นพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นสายใต้หรือสายเหนือที่มาจากพระพุทธองค์ล้วนเป็นสิ่งมีค่าที่แท้จริงที่เราควรแสวงหาให้พบในชาตินี้ในตัวเราเอง แต่ที่น่าสังเกตคือองค์ดาไลลามะได้นำหลักคำสอนของพุทธศาสนามาประยุกต์ให้เกิดคุณประโยชน์และทางออกของสังคม แม้ว่าพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทจะวางจุดยืนของการปฏิบัติจิตอยู่บนการทำจิตใจให้ปลอดจากทุกข์ แต่ก็ไม่ยืดติดกับความสุข แต่องค์ดาไลลามะกลับเน้นให้เห็นว่ามนุษย์เราก็มีสิทธิที่จะมีความสุขตามวิถีทางที่แท้จริงได้
และนั่นอาจเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมานั่งทบทวน…กับสิ่งที่เราพยายามใฝ่หา… ที่เราเรียกมันว่า “ความสุข”
???
บทความ : สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์
หนังสืออ่านประกอบ The Art of Happiness: A Handbook for Living by HH Dalai Lama and Howard C. Cutler และ ศิลปะแห่งความสุข แปลโดย วัชรีวรรณ ชัยวรศิลป์
23 พฤษภาคม 51

โอ้ … อ่านต่อไปๆ
: )