ความที่เป็นลูกคนเดียว…ตอนเด็กๆ จึงมักนั่งเล่นคลุกดินกลิ้งทราย ขลุกตัวอยู่ที่สวนหลังบ้าน เพียงลำพัง เป็นนิจ…พลางจินตนาการสมมติว่าเป็นโน่นเป็นนี่…ตามประสาเด็ก(โสด)ทั่วไป…
มีอยู่หลายหน ที่มักปีนป่าย ควานหาเศษกระป๋องนมเนย ถ้วยชามรามไหที่ก้นรั่ว ขอบหวิ่นแหว่ง บนหลังตู้เก็บสี มาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉาก นั่งเล่นขายของ เลียนแบบบรรยากาศตลาดนัดตรงที่ว่าการอำเภอ…หรือไม่ก็หาเศษไม้…ลูกมะพร้าวแตกหน่อ… ยางรถยนต์จากอู่ปากซอย (ไม่รู้ไปกลิ้งมาได้ไง?) เอามาสร้างเป็นศูนย์บัญชาการรบ… และสถานการณ์จำลองยอดฮิต ก็คือการแกล้งติ๊ต่างว่า เป็นพ่อ เป็นแม่ หรือเป็นลูกอย่างเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง…พูดเอง เออเอง เป็นวรรค(เป็นเวร) ได้ทั้งวัน…
หลายครา…แม่มักย่องเดิน อย่างเงียบๆมา…จ๊ะเอ๋…ตั๊กแก… พลางถามไถ่ชีวิตประจำวันต่างๆเช่น…ลูกพูดอยู่กับใครเอ่ย? พูดว่าอย่างไรจ้ะ? …ผมไม่รู้ว่าหน้าตาตัวเอง…เวลาเจอคำถามแบบนี้ จะดูแอ๊บแบ๊วขนาดไหน?… แต่ผมก็มักตอบไปแบบเดิมๆ ว่าคุยอยู่กับเพื่อนค้าบ…บ อยู่ทุกครั้งไป… จำไม่ได้ว่าไอ้เพื่อนค้าบ…บ มันหน้าตาเป็นไง? และนอกนั้นยังมีเพื่อนชื่ออะไรอีก…คาดว่าคงตามแต่จะพบเจอรายวัน…บางทีก็อยู่ในดิน ลอยมากับก้อนเมฆ เป็นรูปบนฉลากขนม หรือกระป๋องนม…ทำนองนั้น
……………………………………………………
ไม่รู้ว่า…เริ่มแก่แล้วหรือกระไร? จึงจำชื่อเพื่อนสนิท(บัดดี้) ตอนสมัยประถมต้นไม่ได้…แต่ที่แน่ๆเธอเป็นเด็กหญิงฟันหรอ …U…U… ผมหยิกหยอง ตาโตกลมแป๋ว (ผิวสีคล้ายอย่างกับชาวเกาะ ที่จิตรกร”โกแกง”ชื่นชอบ)…บ้านเธออยู่ตรงหัวมุมใกล้ศาลเจ้า ตรงตลาดหมู่บ้าน… เธอมักพกกระติกนมใส่โกโก้ ไว้ทานแก้เซ็งตอนพักเที่ยง…พลางยัง มีน้ำใจแบ่งปันให้เสมอ ยามที่ถูกสายตาหรี่เล็กของผม มองกดดันอยู่ตรงหน้า…อิ๊ อิ๊
เราสองคนจึงพลอยมีคราบรอยทางสีโกโก้ ติดตามแขนเสื้อ และชายเสื้อ เป็นเครื่องหมายมิตรภาพ…ติดกลับบ้านอยู่ร่ำไป…จนคาดว่า แม่น่าจะสงสัยว่า เอ่…ที่โรงเรียน เขาแจกเครื่องดื่มคลาสสิคอย่างนี้…ทุกวันเลยเหรอ? ใจดีจัง…
พอสิ้นฤดูร้อนของปีต่อมา…แม่พาผมไปตลาด…ผมพยายามมองหาบ้านไม้ ประตูบานเฟี้ยมหลังนั้น…มองหาเพื่อนสนิทฟันหรอ…ไม่มีวี่แววของประตู ที่เปิดอ้ารอต้อนรับผู้คน และผมก็ไม่เจอเธออีกเลย…นับแต่นั้น…
และ…เวลา…ก็ค่อยๆหนีระยะ ให้ความทรงจำของผมพร่ามัว…
………………………………………………..
หลายวันก่อน…ได้มีโอกาสกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดอีกครา…ได้เข้าไปในห้องนอนเปื้อนฝุ่น…เห็นตู้ไม้ที่ใส่เสื้อผ้า พลางเห็นตัวเองในกระจกเงาหน้าตู้…รู้สึกว่าตัวเราสูงกว่าตู้ อยู่มากโข…นี่กระมัง…เหตุผลที่ลูกๆของเพื่อน เริ่มต่างเรียกว่า ลุง!… (เป็นคำพูดที่ไม่ค่อยเพราะ…เด็กต่ำกว่าอายุ 13 ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ดีๆ คอยสั่งสอน)… ครั้นเปิดดูในตู้จึงพบว่าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าหลากยุค หลายระยะทางชีวิต ที่ถูกพับจัดเรียงอัดแน่น…บางตัวถูกเหล่าแมลงแทะเล่นให้พอมีตำหนิ…บางตัวยังอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ สำหรับคนอีกมากมาย…นึกไปนึกมา ก็อยากจะเอาไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยพิบัติ…จึงเริ่มลงมือคัดแยก ท่ามกลางกลิ่นและภาพลางๆในอดีต…พร้อมรู้สึกว่า ร่างตัวเอง ค่อยๆเล็กลง ตรงหน้ากระจกบานนั้น…
…เสื้อตัวล่างสุดในลิ้นชักตู้…เสื้อที่ไม่ได้เจอะเจอมานานเหลือเกิน…เสื้อตัวนั้นที่ทิ้งคราบรอยโกโก้จางๆไว้ต่างหน้า…เสื้อที่เราสวมใส่ในวันที่เราหัวเราะ ยามที่มีเพื่อนตัวเป็นๆคนแรก…เพื่อนที่เราลืมชื่อ…ถ้าให้ผมตั้งชื่อเธอใหม่…ในฐานะเพื่อนเก่า ผมคงตั้งชื่อให้หายคิดถึง…ว่า ยัย “โกโก้” จะได้ชวนไปเล่นขายของ ไปติ๊ต่างว่าเป็นพ่อ เป็นแม่สมมติ…โอ้ “พ่อกาแฟ แม่โกโก้” คงเข้าทีไม่หยอก…
…ทำไมเขาไม่มี “วันเพื่อนแห่งชาติ” กันบ้างน้า… จะได้ตอกย้ำว่าโลกนี้ มันดีแค่ไหน ? ยามที่เรามีเพื่อน …(ไม่มีศัตรู)
บ้านพักแม่ริม / ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑

อา..นี่กระมังรำลึกความหลังจากโกโก้ที่ว่า..
นี่หากแม่สาวน้อยตาฮิติคนนั้นมาเจอเข้า เรื่องราวคงชวนฝัน
วันนี้เสร็จงานไวหรือท่าน?
คารวะ
ปล. ข้าพเจ้าวางกุญแจห้องเพ็นเฟรนส์ไว้ที่เก้าอี้นั่งเล่น มองหาดูนะขะรับเผื่อท่านอิ่มคิดเปิดเข้าไปนั่งเล่น ใช้กุญแจครั้งแรกทีเดียวหลังจากนั้นก็เปิดได้ตามปกติ