
หลายช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต มีหลายหนไม่น้อย ที่เราต่างครุ่นคิดหรือ (ถูก) ถามไถ่ หาคำตอบบางอย่างที่เกิดขึ้น ระหว่างการเดินทางนับถอยหลังของลมหายใจที่เหลือว่า “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ?” ซึ่งเนื้อแท้ของคำถามนั้น อาจไม่จำเป็นที่เราจะต้องคาดคั้นหรือนิยามตอบให้เป็นความถูกผิดอันจำกัด ก็เป็นได้
พลางนึกย้อนถึงความคิดของมิตรสหายคนหนึ่ง ที่เอ่ยถึง “การมีชีวิตอยู่เพื่อ (สร้าง) ความดีงาม”
ซึ่งในคราแรกที่เริ่มต้นสนทนานั้น เขาเอ่ยถามต่อความคิดเห็นอย่างโยนหินถามทางว่า
“คุณเชื่อไหม…ความดีนั้น ทำให้คนเราอายุยืนยาว ?”
ผมนิ่งไปครู่หนึ่งพร้อมความคิดแย้งที่ผุดขึ้นและตามด้วยคำพูดชั่วแล่นที่พลั้งตอบไปว่า
“บ่อยไปที่คนดีๆ บางคนนั้น อายุไม่ยืน ผมว่ามันไม่เสมอไปนะ”
เขายิ้มและคลี่คลายปมคำถามเป็นคำตอบที่น่าขบคิดว่า
“จริงอยู่ ที่คนดีๆ หลายคนอายุไม่ยืน แต่คุณก็ยังคงนึกถึงเขา นึกถึงความดีงามที่เขาเคยมอบไว้ให้สำหรับผู้คนรอบข้าง เป็นความรู้สึกที่สร้างความสุขใจและยืนยาวอยู่เสมอ ยามเมื่อนึกถึง…
ผิดกับบางคนที่ไม่เคยคิดจะสร้างความสุขหรือความดีงามแด่คนรอบข้าง นอกจากตัวเอง จึงไม่แปลกที่แม้เขาจะมีอายุยืนยาวสักแค่ไหน แต่เมื่อเขาสิ้นลม ทุกอย่างก็พลอยหมดสิ้นไปด้วย ไม่เหลือแม้กระทั่งความอาวรณ์จากผู้คนให้นึกถึง นอกจากความชิงชัง ซึ่งไม่รู้ว่า เราจะมีชีวิตยืนยาวอย่างนั้น ไปเพื่ออะไรกัน ? จริงไหม ?”
ผมนิ่งไปนาน พลางรู้สึกขอบคุณเขา ที่ทำให้ตัวเองได้ทบทวน (อีกครั้ง) ว่า “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไรและเพื่อใครบ้าง ?” ซึ่งคำตอบนั้น มีเนื้อความที่แสดงถึงคุณค่าของชีวิตได้ดีเสมอ ไม่ว่าวันวาน วันนี้ หรือวันข้างหน้า โดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่า ลมหายใจของเรา มันจะสิ้นสุดที่ตรงไหน ?
…………………………………………..
23 เมษายน 2552 / เอกมัย กรุงเทพฯ
สวัสดีโอ๋ นานทีได้แวะมาบ้านนี้ก็มีเรืองให้
อิ่มใจเสมอ แม้ผมมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเองอยู่
บ่อย แต่ถึงกระนั้นก็ อืม…this too shall pass
บอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็งครับ
แม้ไม่รู้ว่าเพื่ออะไรก็ตาม