เรื่อง: สาวเพียงฟ้า ภาพ: โอ๋ อิ่มเอม
ความใฝ่ฝันของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น…คิดอยู่นานจนได้ลงมือมือทำสักที จึงได้ลองปลีกตัวเองออกจากความสับสนวุ่นวายหนีมาใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านนอก (เป็นคำที่ฉันชอบใช้แทนบ้านหลังน้อยริมเนินเขาของฉันด้วยความภาคภูมิใจ “บ้านนอก!”) ก็อย่างที่บอก ว่าฉันยังคงติดยึดกับอะไรอีกหลายอย่าง ซึ่งมักทึกทักเอาเองว่าเป็นคุณภาพชีวิตที่ดี เช่น กาแฟสดยามเช้ากับกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ซึ่งเพิ่งบดเมล็ดคั่วใหม่ๆ และตักใส่ในคอฟฟี่เพรส แล้วรอเวลาเพื่อรินลงไปในแก้วที่ฉันเตรียมไว้พร้อมกับหนังสือเล่มโปรด
นอกจากนี้ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งฉันก็ถือว่ามันเป็นคุณภาพชีวิตที่ดีของฉัน (ทึกทักเอาเองอีกแล้ว) นั่นก็คือ “ขนมปังโฮลวีท” นั่นเอง ก่อนหน้าที่ฉันจะมาอยู่บ้านนอก ฉันต้องตระเวนหาซื้อขนมปังโฮลวีทในเมืองมากักตุนไว้ที่บ้านอยู่เสมอ นานๆครั้งยังพอไหว แต่บ่อยๆ เข้าชักเหนื่อยแฮะ เลยมานั่งทบทวนว่าจะทำอย่างไรฉันถึงจะมีขนมปังโฮลวีททานทุกวัน โดยที่ไม่ต้องเข้าไปในเมืองด้วยระยะทางไป-กลับร่วมๆ กว่า 80 กิโล ปิ๊ง !!!! สัญชาตญาณการรักความสบายของฉันผุดขึ้นมาทันที ทำเองสิ….ทำเองสิ…..โอว….หัวใจสั่งมาถึงเพียงนี้ เอาวะ….ลองสักตั้ง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (จริงๆ แล้ว เพื่อความสบายของตัวเองทั้งนั้น…อิอิ) แต่ว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำขนมปังเลยให้ตายเถอะ
นั่งตรึกตรองอยู่นาน… ก็ได้คำตอบว่า “อินเทอร์เน็ตช่วยท่านได้” จึงได้เริ่มค้นหาสูตรขนมปังโฮลวีท แต่ด้วยความรักสบายเป็นทุนเดิมจึงเลือกเอาสูตรที่ง่ายที่สุดลองทำดู ทำไปทำมาด้วยความชอบทานของรสชาติตามใจปาก ทำให้คิดได้ว่าไหนๆ ก็ทำกินเองแล้ว ทำไมไม่ทำขนมปังโฮลวีทรสชาติที่ตัวเองชอบหละ ก็เลยเกิดการพลิกแพลงสูตรของชาวบ้านมาเป็นสูตรของตัวเองขึ้นมาซะงั้น ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ทำขนมเก่งอะไรมากมายเลยแม่เจ้าประคุณลุนช่อง แค่อาศัยความรู้ทางด้านสายวิทย์ที่ร่ำเรียนมานานหลายปี (เกี่ยวกันไหมเนี่ย) คือ “ความน่าจะเป็น” และเชื่อในทฤษฎีที่ว่า วัตถุดิบในการทำขนมนั้นย่อมแปรผันตรงกับรสชาติที่ต้องการ เช่น ถ้าอยากให้ขนมปังหวานกว่านี้ ก็เพิ่มน้ำตาลเข้าไปก็แค่นั้น และเมื่อได้ทดลองทำในแบบถูกผิดต่างๆ กระทั่งออกมาเป็นขนมปัง (ที่กินได้) จนคนที่บ้านเมื่อได้ลองชิมก็ต้องร้องขอให้ทำอีก ยามเมื่อขนมปังหมด ทำให้ฉันมีความมั่นใจแบบหลงตัวเองมากขึ้นเป็นภูเขาเลากา แถมยังมีแรงบวกจากการยุยง (ในทางที่ผิด) ว่าฉันควรแบ่งปันความสุขเกี่ยวกับขนมปังโฮลวีทบ้านนอกของฉันให้คนอื่นรับรู้บ้าง ว่าการที่เรามาใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ซึ่งไม่มีความสะดวกและความพร้อมมากมายนั้น ไม่ได้แสดงว่าคุณภาพชีวิตมันจะต้องด้อยตามลงไปด้วย เฉกเช่นเดียวกับที่ชีวิตของฉันกำลังดำเนินอยู่ อยู่อย่างมีความสุขเสียด้วยสิ….
นี่จึงเป็นที่มาของตัวอักษรที่ฉันเขียนขึ้น แด่…ขนมปังโฮลวีทบ้านนอกของฉัน
…………………………..
ขนมปังโฮลวีทบ้านนอก
ส่วนผสมเปียก
- นมสด 1 ถ้วย
- น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
- น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
- ยีสต์แห้ง 5 ช้อนชา
ส่วนผสมแห้ง
- แป้งขนมปัง 3 ถ้วย
(แล้วแต่ว่าจะใช้ยี่ห้ออะไร แต่ส่วนมากเค้านิยม
แป้งตราห่านถุงเขียว แต่จริงๆ ที่ถุงเขียนหงษ์นะ)
- แป้งโฮลวีท 2 ถ้วย
- น้ำตาลทรายแดง/ น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
- เกลือ 1/4 ช้อนชา
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
( ตีให้พอแตก เอาไว้ทาหน้าขนมปัง อันนี้แล้วแต่คนชอบหรือถ้าชอบหน้าขนมนิ่มๆ แบบไม่กลัวเสียจริตโฮลวีทก็ทาหน้าด้วยนมสดก่อนเข้าอบ หน้าขนมจะออกมานิ่มอารมณ์แบบขนมปังเนยสดเทือกๆ นั้น)
วิธีทำ
ส่วนผสมเปียก
1. นำนมสด (จะใช้นมกล่อง U.H.T หรือ นมข้นจืดก็ได้) ใส่ถ้วยแล้วนำไปอุ่นให้ ร้อนทิ้งไว้ให้อุ่นพอเอานิ้วจุ่มลงไปแล้วไม่ร้อน ก็เป็นอันว่าใช้ได้ จึงให้เติมน้ำตาลลงไปครึ่งหนึ่ง (เพื่อเป็นอาหารยีสต์) คนให้ละลายแล้วตามด้วยยีสต์ เสร็จแล้วก็ตั้งไว้ประมาณ 3 -5 นาที จะเกิดฟองขึ้นมา แต่ไม่ต้องตกใจให้หาฝาชีปิดกันแมลงไว้เลยก็จะดีค่ะ
ส่วนผสมแห้ง
1. ใส่แป้งทั้งสองชนิดลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ เหลือแป้งขนมปังไว้อีก 1/2 ถ้วย ขยักแบ่งไว้ทำแป้งนวล ใช้โรยเวลานวดแป้งเดี๋ยวแป้งติดมือค่ะ (จะขยักไว้มากน้อยเท่าไหร่ตามแต่สะดวก ซึ่งถ้าโรยแป้งนวลมากไปจะทำให้ขนมปังแข็งได้นะคะ)
2. เมื่อใส่แป้งลงในภาชนะที่เตรียมไว้แล้ว ให้ทำหลุมไว้ตรงกลางแป้ง (คล้ายกับเราก่อแป้งเป็นภูเขาแล้วเจาะช่องตรงกลางยอดนั่นแหละค่ะ)
3.ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปในหลุมแป้งที่เตรียมไว้ แล้วตามด้วยน้ำมันพืชได้เลยค่ะ (บางสูตรใช้เนยแทนน้ำมัน แต่จะใส่ทีหลังเดี๋ยวเนื้อขนมจะไม่เข้ากันค่ะ)
4. ผสมแป้งให้เข้ากันโดยการนวดแล้วค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป แล้วตามด้วยส่วนผสมเปียกที่ตั้งทิ้งไว้ (นม+ยีสต์+น้ำตาล)
5. นวดจนแป้งได้ที่ แล้วให้หยุดนวดเพื่อพักแป้ง ตอนนี้เราก็ปล่อยแป้งไว้รอจนกระทั่งแป้งพองขึ้นมาหนึ่งเท่าตัวแล้วเอามาตบๆ ไล่อากาศออก แต่อย่าลืมหาผ้าขาวบางมาคลุมไว้ด้วยนะคะ
6. ให้เตรียมเปิดเตาอบได้เลยค่ะ โดยตั้งอุณหภูมิไว้ที่ประมาณ 165 องศาเซลเซียส
7. เสร็จแล้วเราก็กลับมาที่ภาชนะใส่แป้ง ให้เราแบ่งแป้งเป็นก้อน วางใส่พิมพ์แล้วนำไปตากแดด (แดดอ่อนๆ นะคะหรือวางไว้ในห้องก็ได้น่าจะสะดวกกว่า แต่อาจใช้เวลานานกว่านิดหน่อย) จนกว่าแป้งจะได้ที่ คราวนี้ขนมปังจะนิ่มหรือจะแข็งแบบปาหัวหมาร้องเอ๋ง ก็ขึ้นอยู่กับขั้นตอนนี้เป็นสำคัญค่ะ (วิธีเช็คว่าได้หรือยัง คือการใช้นิ้วจิ้มลงไปที่แป้ง ถ้าจิ้มแล้วแป้งเด้งหดตัวกลับคืนมาเป็นอันว่าใช้ได้ค่ะ)
8. เมื่อเช็คว่าขนมปังได้ที่แล้ว ก็นำเข้าเตาอบได้เลยค่ะ
อ้อ!!! เกือบไป อย่าลืมทาหน้าก้อนขนมด้วยไข่หรืนมสด ตามแต่ชอบนะคะ หรือจะไม่ทาเลยก็ได้
หมายเหตุ
1. ถ้าอ่านตามขั้นตอนวิธีทำแล้วรู้สึกยุ่งยากก็ให้ตัดคำพูดที่เยิ่นเย้อออกไปเลยค่ะ แล้วจะรู้ว่าจริงๆ แล้ว มีอยู่ไม่กี่ขั้นเอง ลองทำดูนะคะไม่ยากเกินความสามารถของทุกคนหรอกค่ะ แถมถูกใจ..(รึเปล่า ?) แต่ที่แน่ๆ ถูกกว่าซื้อกินหลายเท่าตัว ประหยัดสตางค์ไปได้อีกโขแน่นอนค่ะ
2. จากสูตรข้างบนนี้ หากใครยังไม่แน่ใจในฝีมือ (มือใหม่หัดทำ) อาจจะเอาสูตรข้างบนหาร 2 ก็ได้นะคะ
…………………………………………
บันทึกจากบ้านเพียงดิน แม่แตง เชียงใหม่ / 2 กค. 52













อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านอิ่ม
คุณแม่บ้านเริ่มบันทึกแล้วสินะขอรับ ทำเอาหิวกาแฟสดขนมปังโฮลวีทมื้อเช้าขึ้นมาตะหงิด
อ่านแล้วคิดถึงครั้งข้าพเจ้าเริ่มเขียนบล็อกที่บล็อกสัญชาติไทยเจ้าหนึ่ง ด้วยความชื่นชมประชากรอาศัยในหมู่บ้านไทยแห่งนั้น แต่งบล็อกกันสวย เต็มด้วยเนื้อหาน่าสนใจ งามทั้งเพ่งสวยทั้งพิศทีเดียว บล็อกแยกกลุ่มแยกประเภทชัดเจน กลุ่มทำอาหารเรียกได้ว่าแต่ละท่านราวกับเขียนตำราอาหารเล่มสวยของตัวเอง
เสียดายจู่ ๆ เจ้าของหมู่บ้านเปลี่ยนนโยบายไม่บอกกล่าว กลายเป็นทำเว็ปวัยรุ่น ลบบล็อกทั้งหมดทิ้งไม่มีเหลือ
ให้บทเรียนว่าหากจะลงหลักปักฐานหมู่บ้านใด ต้องพิจารณาความมั่นคงเป็นอันดับแรก
‘บ้าน’ ก็ต้องมีลานบ้าน มีนอกชาน มีครัว นะขอรับ
บ้านท่านมีครบตั้งแต่แปลงผักถึงในครัว อบอุ่น น่าหย่อนก้นจิบกาแฟ แลขอบฟ้าเพียงดินนัก
มีความสุขกับวันนี้ขอรับ
คารวะ
ป.ล. กระท่อมฟางที่ Blogger เป็นไงบ้าง ขอ add. อีกทีเถิดขะรับ ครั้งก่อนข้าพเจ้าลืมเก็บไว้