“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

ในสายฝน ความงดงาม และความจริง ที่แม่แจ่ม

เรื่องและภาพ : โอ๋ อิ่มเอม

ตีพิมพ์ในนิตยสารอาร์ตติซาน คอลัมน์ Journey Diary ฉบับเดือนกันยายน 2549

 

156 กิโลเมตร จากตัวเมืองเชียงใหม่ นั่นคือระยะทางที่ระบุไว้ในข้อมูลเว็บไซต์แนะนำอำเภอแม่แจ่ม แม้อาจไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้จักเมืองในหุบเขาแห่งนี้แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับไปเยือนอีกครั้งอย่างตั้งใจ…

 

จำได้ว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วในช่วงสงกรานต์ ผมเดินไปแม่แจ่มด้วยความบังเอิญเพราะอยู่เส้นทางเดียวกันกับดอยอินทนนท์ (เลี้ยวซ้ายก่อนถึงยอดดอยประมาณ 10 กิโลเมตร ) ซึ่งนั่นคือความทรงจำครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกหลงรักความสงบและมีเสน่ห์ของเมืองไกลปืนเที่ยงแห่งนี้ (คล้ายผู้หญิงที่ดูเรียบง่ายแต่มีความน่าสนใจซ่อนอยู่…)

 

ผมเลือกที่จะย้อนเวลาทบทวนความรู้สึกเดิมเหมือนเมื่อครั้งแรกด้วยการบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปอีกครั้ง…แทนการขับรถยนต์อย่างที่ควรจะเป็น เพราะยังอยากรู้อยู่เหมือนกันว่า ยังไหวอยู่หรือเปล่า? นี่ไม่ใช่ตอนที่ยังหนุ่มๆนะ สังขารเริ่มแก่แล้ว

 

ตลอดสองข้างทางอันคดเคี้ยวและเขียวชะอุ่มของทุ่งนาสลับป่าเขา ผมและนักเขียนรุ่นน้อง เดินทางฝ่าสายฝนที่ชุ่มฉ่ำปนความเหน็บหนาวไปแบบดันทุรัง จนนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่า คิดผิดหรือเปล่า? ที่เลือกวิธีนี้ในการเดินทางสู่แม่แจ่มตั้งแต่สายฝนชุดแรกโหมกระหน่ำ แต่มันก็ย่อมผิดวิสัยความดื้อของตัวเอง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องถอย!

 

…เกือบสามชั่วโมงผ่านไป สู่ปลายทางที่แม่แจ่ม ฝนเริ่มซา… พร้อมภาพมุมกว้างที่ยังคงคล้ายวันวาน ต่างกันตรงเพียงฤดูที่พบเจอเท่านั้น คนแม่แจ่มยังคงทำเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ เรายังคงเห็นผืนนาขั้นบันได ที่เรียงตัวลดหลั่นตามแนวลาดชันของแผ่นดินอยู่เช่นเคย สีเขียวชื่นตาของต้นกล้าข้าว รวมถึงรอยยิ้มของชาวนาทำให้รู้สึกว่า ชีวิตยามนี้ ช่างดูมีสีสันและงดงามยิ่งนัก

 

 นาขั้นบันไดร��ยยิ้มชาวนาต้นกล้าข้าว

 

……………………….

หลังจากจัดแจงเรื่องอาหารการกินและที่พักภายในเวลาอันรวดเร็ว พวกเราก็เดินทางกันต่อ แต่ขอแบบเรื่อยๆไม่เร่งรีบ

ถือเป็นความโชคดีที่วันนี้ตรงกับวันพระ(แม้วันพระจะไม่ได้มีหนเดียว) พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยส่วนใหญ่จึงไปรวมตัวกันที่วัดเพื่อทำบุญและฟังธรรม พวกเราตระเวนขี่มอเตอร์ไซค์ไปตามถนนสายเล็กๆในหมู่บ้านเพื่อชื่นชมวัฒนธรรมที่ยังคงสืบสานความศรัทธาตามวิถีทางแห่งพระพุทธศาสนาอย่างมิเสื่อมคลาย

 

ในอุโบสถวัดต่างๆ กลิ่นอ่อนๆของข้าวตอกดอกไม้พื้นเมือง โชยชื่นคละเคล้าเสียงสนทนาตามประสาคนคุ้นเคย ระหว่างการรอสวดมนต์ร่วมกัน บ้างก้มกราบองค์พระประธานพร้อมถวายพานดอกไม้ บ้างนอนอ่านหนังสือธรรมะอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

 ความงามภายใน��ุโบสถวัดช่างเคิ่งภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าแดด��ายุกว่าร้��ยปีภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าแดด��ายุกว่าร้��ยปีพ่����ุ๊ยน��น��่านหนังสื��ธรรมะใบหน้า��ันเ��ิบ��ิ่มหลังจากเข้าวัดฟังธรรม

 

ผมหวนนึกไปถึงแม่ของผมที่แทบจะไม่ต่างกัน ท่านก็ไปวัดและกลับบ้านด้วยความอิ่มเอมทุกครั้ง บางทีความสุขสำหรับใครหลายคน จึงเป็นอะไรที่เรียบง่ายเสมอ แต่สำหรับใครบางคน ชีวิตคือการไขว่คว้าไปกับความต้องการที่ไม่สิ้นสุดและไม่ยอมหยุดกับความพอดีเสียที

 

จากบ่ายจรดเย็น ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งซึ่งแตกต่างจากโลกภายนอกที่พบเจอ และเวลาก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างทยอยกันกลับบ้านหลังจากนั่งฟังธรรม พร้อมกับความสงบเงียบของแม่แจ่ม ค่ำคืนนี้จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าการพักผ่อน เพื่อรอคอยการมาเยือนของวันพรุ่งนี้

 

 

……………………………….

เพราะนี่คือฤดูฝน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตื่นเช้าขึ้นมา เราจะได้ยินเพียงเสียงเปาะแปะของฝนพรำบนหลังคาที่พัก และแม้บรรยากาศจะเอื้ออำนวยแก่การนอน(ต่อ)สักแค่ไหน แต่ก็ยังไม่สามารถต้านทานความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้ จึงขอออกไปสำรวจชีวิตเมืองแม่แจ่มยามเช้าสักหน่อยจะดีกว่า

 

เริ่มต้นที่ตลาดข้างอำเภอ แม้ผู้คนดูอาจจะไม่ขวักไขว่เหมือนตลาดที่อื่นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศไม่หงอยเหงา ตามท่าทีของท้องฟ้าสีเทา และด้วยความที่ตลาดอยู่ติดกับที่ว่าการอำเภอ จึงพลอยได้เห็นผู้คนจากหมู่บ้านต่างๆรอบนอก มาติดต่องานราชการ ซึ่งวันนี้ดูเหมือนว่าจะมีชาวกะเหรี่ยงมารอคิวทำบัตรประชาชนกันอย่างคึกคัก พร้อมกับสีสันของเสื้อผ้าที่ช่างแจ่มตายิ่งนัก

 

 บรรยากาศตลาดยามเช้า ไม่ยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่หง��ยเหงาสีสันเสื้��ผ้าข��งชาวด��ยสดใสจริงๆ

หยดฝนเล็กๆ หยดพรมลงใบหน้าเป็นระยะ พอให้ชื่นใจ เมื่อยามขี่มอเตอร์ไซค์เลียบลำน้ำแม่แจ่ม สายน้ำแห่งชีวิตของเมืองนี้…

 

ลำน้ำแม่แจ่ม สายนำแห่งชีวิตข��งแม่แจ่ม

 

บนเส้นทางแคบๆเปื้อนดินสีครีม เสียงของเด็กๆกำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานบนอานจักรยานระหว่างทางไปโรงเรียน ขณะที่แม่อุ๊ยก็นั่งทอผ้าตีนจกอยู่ใต้ถุนบ้านกับหลานๆวัยซน และผู้คนส่วนใหญ่ต่างก็ออกกันไปดูแลท้องไร่ท้องนาตามปกติ ซึ่งดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามวัฏจักร สิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปนั่นคือคนวัยหนุ่มสาวที่ต่างพาตัวเองไปร่ำเรียนหรือทำงานกันในตัวเมืองเชียงใหม่ตามกระแสสังคมเมือง

 

บรรยากาศคล้ายเรื่��งแฟนฉันเน��ะผ้าตีนจก��ันเลื่��งชื่��เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นได้เวลาไปเรื��กสวนไร่นาแล้ว

 

แม้อาจดูเป็นเรื่องปกติของสังคมชนบทปัจจุบันแต่มันก็ทำให้โครงสร้างบางอย่างขาดหายไป คล้ายเป็นช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ในการเชื่อมโยงวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าดีงามของคนแม่แจ่ม

 

แต่เราคงไม่สามารถโทษหรือบังคับให้ใครทำตามในสิ่งที่เราคิดได้

 

ผมนึกอยู่ในใจกับเรื่องนี้พร้อมกับการมองดูป้ายสีแดงที่เป็นโฆษณาของบริษัทปล่อยเงินกู้ยอดฮิต ตัดกับฉากหลังอันงดงามของทุ่งนาข้าวสีเขียวอ่อน มีคนกำลังเหวี่ยงแหจับปลาในคลองน้ำใกล้ๆ

 

ผมได้แต่อมยิ้มเพียงลำพัง นึกถึงคำพูดที่เป็นยิ่งกว่าจินตนาการและลึกซึ้งในความเป็นจริงที่ว่า เงินทองเป็นมายา ข้าวปลาเป็นของจริง ซึ่งนั่นอาจคำอธิบายได้ดีกัโครงสร้างบางอย่างขาดหายไป คล้ายเป็นช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ในการเชื่อมบชีวิตของใครหลายคนที่แม่แจ่ม ที่สามารถเลือกความสุขได้เท่าที่ใจจะเป็น…

 

…สายฝนโปรยลงมาอีกครั้ง ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ล้อรถค่อยๆพาพวกเราเดินทางกลับ ภาพของแม่แจ่ม เริ่มเลือนรางจางไปในสายฝน แต่กลับแจ่มชัดและยังคงงดงามเสมอในความรู้สึกของผม…

 

ภาพธรรมชาติระหว่างเดินทางกลับ

3 comments on “ในสายฝน ความงดงาม และความจริง ที่แม่แจ่ม

  1. MiE
    พฤศจิกายน 6, 2008

    …ผมชอบบทความนี้มาก ๆ ครับ

    ผมก็เป็นละอ่อนแม่แจ่ม ที่ไปเรียนหนังสือที่ตัวเมือง จบแล้วก็ไปทำงานที่กรุงเทพ(ทำได้ 3 ปีก็กลับมาทำที่เชียงใหม่ครับ….อยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา)

    ว่าง ๆ ก็มาแอ่วแม่แจ่มอีกนะครับ

  2. ขวัญ
    พฤศจิกายน 12, 2008

    สวัสดีหน้าหนาวค่ะพี่โอ๋
    จำขวัญได้มั้ยคะ..ทั้งที่เคยรู้จักกันที่ภูเก็ต และบังเอิญเจออีกทีที่เชียงใหม่ ตอนนี้ขวัญทำงานเหมือนมนุษย์หุ่นยนต์อยู่ที่เมืองหลวง น่าเบื่อเหลือเกิน
    อ่านเรื่องราวเมืองแม่แจ่ม จำได้ว่าพี่โอ๋หลงรักเมืองนี้มานานแล้ว และขวัญก็เริ่มที่จะสนใจจริงจัง อยากจะพูดคุยกับพี่โอ๋เกี่ยวกับเมืองนี้ในหลายๆเรื่องๆ
    หนาวนี้คิดว่าจะไปสัมผัสแม่แจ่มสักครั้ง อาจจะเพียงการสำรวจเบื้องต้น สำหรับอะไรหลายๆอย่างที่คิดไว้
    ไม่แน่ใจว่า ยังจะติดต่อพี่โอ๋ได้รึป่าว ถ้าติดต่อได้ คงจะดีมากๆเลย เพราะไม่รู้จะไปปรึกษาใครได้อีกแล้ว เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้
    ถ้ากงล้อแห่งโชคชะตาหมุนไป ขวัญคงจะได้ทำตามฝัน และได้เจอพี่โอ๋อีกที
    สบายดีนะคะ แล้วติดต่อมานะคะ อยากรู้อะไรเยอะแยะเลย
    เคารพ รัก เช่น เคย
    น้องขวัญ

  3. Zoe Vanandel
    เมษายน 28, 2011

    I’m very happy to read this.This is the kind of manual that needs to be given and not the random misinformation that is at the other blogs.Appreciate your sharing this best doc

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: