“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“เวียงกุมกาม สายน้ำและความเปลี่ยนแปลง…”

เรื่องและภาพ: โอ๋ อิ่มเอม

 

 บรรยากาศริมแม่น้ำปิงฝั่งเวียงกุมกาม ยามเยน

 

            รอยปากกาหมึกซึมถูกกาเครื่องหมายดอกจันอีกครั้งในคู่มือท่องเที่ยวเล่มเล็กๆของ ททท. พร้อมกับเปิดประเด็นความอยากในการเดินทาง ซึ่งมันกลายเป็นคำตอบที่ไม่จำเป็นต้องรอคำถามว่าจะไปหรือเปล่า ? ซึ่งเนื้อความและข้อมูลเบื้องต้น ถูกระบุว่าที่นั่นเป็น Unseen Thailand ของเชียงใหม่ พร้อมกับคำนิยามสั้นๆว่า เวียงกุมกาม นครโบราณใต้พิภพ อ่านดูแล้วรู้สึกถึงตอนตัวเองเด็กๆขึ้นมาทันที อารมณ์ประมาณว่าออกแนวหนังจักรๆวงๆ อะไรทำนองนั้น…เหตุผลสนับสนุนทางความรู้สึกจึงมีมากเป็นทวีคูณ ว่าแล้วก็ถึงคราวแบกเป้อีกครั้ง…

            บ่ายแก่ๆ …ที่ใครหลายคนแอบเผลอหลับ เพราะฤทธิ์ข้าวเหนียว ส้มตำในตอนเที่ยง

ชีวิตผมกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการมองดูของเก่าเช่น พระเครื่อง ถ้วยโถโอชามรวมถึงลายปูนปั้น ภายในตู้ของอุโบสถวัดกานโถม(ช้างค้ำ) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการท่องเที่ยวเวียงกุมกาม ตามที่ป้ายเส้นทางเขียนเชิญชวน เพราะว่ากันว่าที่แห่งนี้คือจุดแรกที่มีการสำรวจพบนครใต้พิภพอย่างที่เป็นทางการนั่นเอง

 

 วัเธาตุน้��ยและร่��งร��ยเมื��งโบราณ

           

 

พูดถึงที่มาของเวียงกุมกามแบบพอสังเขป ก็ลืมเล่าให้ฟังไปว่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยพญามังรายมหาราช หลังจากที่ทรงขยายอาณาเขตยึดครองหริภุญไชยได้สำเร็จ ก็มีดำริให้ขยายเวียง(เมือง) เพื่อให้ที่แห่งใหม่ซึ่งก็คือ เวียงกุมกามแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองและการค้าขาย ด้วยทำเลที่ตั้งบริเวณนี้ที่เป็นเขตริมแม่น้ำปิงไหลผ่านทั้งทางด้านเหนือและด้านตะวันออกนั่นเอง โดยเริ่มสร้างในปี พ.ศ. 1829 (ถ้านับมาถึงตอนนี้ก็ประมาณ 722 ปี เชียวนะ) แต่พอนานวันเข้า ก็ปรากฏว่าในฤดูน้ำหลาก น้ำจากแม่น้ำปิง ก็มักจะไหลเอ่อท่วม จนส่งผลเสียหายแก่บ้านเมืองอยู่เป็นประจำ เป็นเหตุให้พญามังรายทรงย้ายไปสร้างเมืองแห่งใหม่อีกครั้ง ซึ่งนั่นก็คือเขตคูเมือง ในปัจจุบัน โดยมีใช้ชื่อว่า นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1839 ตั้งแต่นั้นมา

 

 ลวดลายไม้แกะสลักข��ง��ุโบสถวัดกานโถม

           

ส่วนเวียงกุมกามก็ยังคงมีบทบาทอยู่บ้างแต่อาจจะเป็นเมืองลูกหลวงต่อเวียงเชียงใหม่เท่านั้นจวบจนพม่ายึดครองล้านนา ยาวนานกว่า216 ปี เวียงกุมกามจึงกลายเป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้างไว้ให้เป็นเมืองใต้แผ่นดินในที่สุด โดยจากหลักฐานทางโบราณคดีถูกขุดพบว่า โบราณสถานหลายแห่งอยู่ลึกใต้พื้นดินจากตะกอนน้ำท่วม1-2 เมตร เลยทีเดียว

 ปูนปั้นสิงห์ตรงมุมเจดีย์วัดเจดีย์เหลี่ยม ยามเย็น

           

จากวัดกานโถม ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจในเวียงกุมกามอีกกว่าเกือบ30แห่ง ผมจึงต้องเร่งฝีเท้าตัวเองในการเที่ยวชมเป็นการใหญ่ (แม้จะไม่ปลื้ม..!กับการทำอะไรแบบรีบๆก็ตามที)

 สถานนีต่อไป…วัดเจดีย์เหลี่ยม วัดนี้ถ้าไม่ไปอาจเรียกได้ว่า ไปไม่ถึงเวียงกุมกาม ก็ว่าได้ โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพญามังราย  ซึ่งมีองค์เจดีย์ทรงเหลี่ยมประดับซุ้มพระโดยรอบซ้อนชั้นลดหลั่นกันขึ้นไป โดยถอดแบบมาจาก เจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน และมีการบูรณะซ่อมแซมใหญ่ในปี พ.ศ. 2451 โดยช่างชาวพม่า ทำให้ลวดลายปูนปั้นและพระพุทธรูปที่ประดิษฐานในซุ้มจึงเป็นศิลปะแบบพม่าไปโดยปริยาย

 

วัดเจดีย์เหลี่ยม มาเวียงกุมกามต้��งมาวัดนี้ด้วยเห็นรถม้าแล้ว คิดถึงลำปางจังเลยเน��ะ

 

โปรดติดตามตอนต่อไป…คราวหน้านะคร้าบบบบ

3 comments on ““เวียงกุมกาม สายน้ำและความเปลี่ยนแปลง…”

  1. Barton Vayda
    เมษายน 28, 2011

    What’s Happening i am new to this, I stumbled upon this I have found It positively helpful and it has aided me out loads.I hope to contribute & assist other users like its helped me.Good job

  2. kk
    พฤษภาคม 9, 2013

    เวียงกุมกาม สายน้ำและความเปลี่ยนแปลง ถ่ายรูปเก่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: