“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“ดูนก” กันเถิด…จะเกิดผล!

 

นก . . สัญญาณเตือนภัยจากโลกร้อน

                ปัจจุบันประชาคมโลกยอมรับแล้วว่า ภาวะโลกร้อนไม่ใช่นิทานหลอกเด็ก ของนักวิทยาศาสตร์กระต่ายตื่นตูมอีกต่อไปพวกเราทุกคนล้วนรับรู้ได้ถึงผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมของภาวะโลกร้อน

            สภาวะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติปกติที่เคยเกิดขึ้นกับโลกที่ผ่านเข้าออกยุคน้ำแข็ง อันเป็นผลจากการเบี่ยงเบนวิถีวงโคจรของโลกที่บางครั้งเข้าใกล้หรือบางครั้งห่างไกลจากดวงอาทิตย์เป็นวัฐจักรครั้งแล้วครั้งเล่า มาแล้วชั่วกัปชั่วกัลป์

            การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้รวดเร็วเกินกว่าครั้งใดๆ จนเชื่อได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ ผิดธรรมชาติอันเป็นผลมาจากน้ำมือมนุษย์นั่นเอง

            อุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงให้เรารู้สึกอึดอัด หงุดหงิด เหนียวตัวจนต้องวิ่งไปตากแอร์ตามห้างฯ     ผลกระทบของมันยิ่งใหญ่กว้างไกลและลึกซึ้งกว่านั้นมาก

            ปัญหาความแห้งแล้ง การเหือดแห้งของสายธารที่หล่อเลี้ยงชีวิต ไฟป่าที่รุนแรงและถี่ขึ้น สังคมป่าที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตทั่วโลก

            สิ่งมีชีวิตน้อย ใหญ่เหล่านี้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนการสร้างความอุดมสมบูรณ์และความปกติสุขของระบบนิเวศและระบบพยุงชีวิตของโลก (life – support system) ที่ดำเนินมาช้านาน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ไปยังทุกชีวิตบนโลก

            นักดูนกอาจสังเกตเห็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกได้โดยตรง นกหลายชนิดที่ปกติจะต้องอพยพย้ายถิ่นจากเขตหนาวลงมายังเขตร้อนในช่วงฤดูหนาวกลับไม่อพยพลงมา เนื่องจากฤดูหนาวในตอนบนของทวีป ไม่หนาวจัดจนเป็นปัญหาต่อการดำรงชีพอย่างในอดีต หรือบางตัวที่อพยพลงมาก็บินกลับไปถิ่นหนาวเร็วขึ้นกว่าที่เคยมีบันทึกไว้แต่ก่อน หลายสัปดาห์ (เช่น บินอพยพกลับไปตั้งแต่มีนาคม แทนที่จะเป็นเมษายนเป็นต้น)

            การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและความแห้งแล้งส่งผลต่อปริมาณและจังหวะเวลาของการออกดอก ออกผลของไม้ป่าหลายชนิด นกที่กินผลไม้เป็นหลักอย่างนกเงือก นกโพระดก จึงได้รับผลกระทบโดยตรง

            ผลการศึกษาระยะยาวของโครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือกที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พบว่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมานี้  ระยะเวลาตั้งแต่นกเข้าโพรงรัง ออกไข่  เลี้ยงลูกจนลูกนกออกจากโพรงรัง ของนกกก หรือ นกกาฮัง ยืดเวลาออกจากเดิมเฉลี่ย 120 วันเป็นราว 140 วันในปัจจุบัน  สาเหตุหนึ่งอาจเนื่องจากผลไม้ที่เป็นพืช อาหารนกไม่เพียงพอนั่นเอง

            ตัวอย่างที่ชัดเจนอีกอย่างคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับดอยอินทนนท์ และดอยสูงทางภาคเหนือ

            ป่าดิบเขาเป็นระบบนิเวศที่กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก      ทุกวันนี้เมื่อเราไปเที่ยวยอดดอยอินนนท์ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของป่าได้อย่างชัดเจน จากสภาพป่ายอดดอยที่เคยชุ่มชื้น มีเมฆหมอกปกคลุม ลำต้นและกิ่งไม้ถูกปกคลุมห่อหุ้มไปด้วยเฟิร์นและกล้วยไม้นานาชนิด ดูเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ เปล่งปลั่งไปทั้งป่า

            มาวันนี้ เรากลับพบ ต้นก่อ ต้นกุหลาบพันปี หลายต่อหลายต้นยืนแห้งตาย หักล้มระเนระนาด ผืนมอสที่ปกคลุมกิ่งก้านหลุดออก ถลอกปลอกเปิดเป็นแผ่นๆ  เฟิร์น กล้วยไม้ และไลเค็น แห้งกรอบตายคาต้น  ดูแล้วเป็นสภาพที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง

            ข้อมูลจากการสำรวจนกประจำปีดอยอินทนนท์ (Inthanon Bird Census) แสดงให้เราเห็นว่า นกหลายชนิดที่เป็นนกประจำถิ่นที่พบแต่เพียงในป่าดิบเขาสูงเริ่มลดจำนวนลง ในขณะที่เรากลับพบนกที่ปกติอาศัยในป่าต่ำลงมาที่ทนต่อความแห้งแล้งได้มากกว่า มาอาศัยทดแทน

            เหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยให้พวกเราตระหนักถึงอันตรายอันใหญ่หลวงที่กำลังจะตามมา

            หากแต่มีใครบ้างที่ใส่ใจ ฟังสัญญาณเตือนเหล่านี้และลงมือแก้ไขก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

            ถึงคราวต้องลั่นเสียงไซเรน ประกาศภาวะฉุกเฉินทางนิเวศแล้วกระมัง

 

 

ดูนก ช่วยลดโลกร้อน…ได้อย่างไร

            การดูนกเป็นกิจกรรมที่สนุก น่าตื่นเต้น ผู้เข้ามาเรียนรู้การดูนกจะรู้สึกเพลิดเพลินกับพฤติกรรม สีสันรูปทรงแปลกตาและเสียงร้องที่ไพเราะหลากหลายของนกนานาพันธุ์

            เมื่อเริ่มรู้จักนก ก็เริ่มมีความช่างสังเกต มองเห็น นกรอบๆตัวมากขึ้นและยิ่งมีความต้องการค้นหานกพันธุ์แปลกๆที่ตนไม่เคยเห็นมาก่อน    กิจกรรมดูนกจึงนำพานักดูนก เข้าไปสัมผัสธรรมชาติในโลกกว้างในระบบนิเวศต่างๆ ตั้งแต่ชายทะเล และป่าชายเลนริมฝั่งอ่าวไทยตอนใน จนถึงป่าเมฆแห่งยอดดอยอินทนนท์  และจากพื้นที่ชุ่มน้ำริมโขงเหนือสุดแดนสยาม จนถึงป่าดิบชื้น แห่งฮาลาบาลา ชายแดนมาเลเซีย

เมื่อยิ่งได้รู้จักนกและเรื่องราวชีวิตพวกของมันมากเท่าใด นักดูนกก็เริ่มเห็นความเกี่ยวโยงของนกและสิ่งแวดล้อมที่มันอาศัย   ในที่สุด นักดูนกจะสามารถปะติดปะต่อจิ๊กซอร์ข้อมูลจนมองเห็นภาพใหญ่ เกิดความเข้าใจการทำงานของระบบนิเวศที่ซับซ้อนได้

จากความรู้และความเข้าใจ นักดูนกจึงเกิดความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน มีความรัก ความเมตตา ต่อสรรพชีวิตรอบตัวมีความเคารพและศรัธทาต่อวิถีแห่งธรรมชาติ ลดอัตตาและความอหังการของการเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์  มองเห็นผลกระทบของการกระทำของตนต่อส่วนรวม

             และเมื่อถึงวันที่นักดูนกตระหนักมากพอ เขาก็จะเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้บริโภคแต่พอเพียง ไม่ติดความสะดวกสบาย ลดความสิ้นเปลืองฟุ้งเฟ้อสูญเปล่า  ดำเนินชีวิตให้ส่งผลกระทบเบียดเบียนและเป็นภาระต่อโลกให้น้อยที่สุด และยังชักชวนเพื่อนฝูงให้มาเป็นแนวร่วมอุดมการณ์ หรือลุกขึ้นแก้ไขฟื้นฟูความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมด้วยตนเองอย่างเป็นรูปธรรม

            ดังนี้แล้ว จึงอาจกล่าวได้ว่ากิจกรรมดูนกช่วยหล่อหลอมคน ให้เป็นคนดี มีสำนึกและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมและต่อโลก

            หากเราสามารถปลูกฝังเผยแพร่ความรักธรรมชาติ รักนกให้กว้างขวางยิ่งขึ้นในหมู่ประชาชนแล้ว   โลกนี้ก็อาจสามารถพ้นวิกฤตและความหายนะจากภาวะโลกร้อนและการล่มสลายของระบบนิเวศที่ค้ำจุนชีวิตทั้งมวลบนโลก ไปได้

 

 

 10 วิธี ที่นักดูนกจะช่วยลดโลกร้อน

1. ปลูกต้นไม้ เยอะๆ จัดทำบริเวณบ้านให้ร่มรื่นให้เป็นที่อยู่ และแหล่งอาหารของนก ทำให้ได้มีนกเข้ามาอาศัยในบ้านมากมาย และช่วยลดก๊าซเรือนกระจก

2. ลดการใช้น้ำมัน เดินทางไปดูนกด้วยระบบขนส่งมวลชน หรือแชร์รถกัน หารเฉลี่ย ทางเดียวกันไปด้วยกัน ลดการใช้เครื่องบิน เดินทางไปดูนกในประเทศลองเลือกใช้ระบบขนส่งอื่นๆ เช่นรถไฟ รถประจำทาง เพราะระยะทางเท่ากัน เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงมากที่สุด

3. ลดการใช้ไฟฟ้า เปิดเท่าที่จำเป็น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ อย่าชาร์ตไฟข้ามวัน เปิดแอร์ที่อุณหภูมิพอเหมาะ ทำความสะอาดสม่ำเสมอ หรือออกมาเดินดูนกรับลมนอกบ้านก็ประหยัดไฟเหมือนกัน

4. ช็อบปิ้งอย่างมีสติ ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย ลดการใช้บรรจุภัณฑ์

5. พกถุงผ้าใส่ของ ลดการใช้ถุงพลาสติก ลดการสร้างขยะ

6. ลดความสะดวกสบายลงเสียบ้าง วางแผนการใช้ชีวิต ทุกอย่างเริ่มที่ตัวเรา

7.ใช้จักรยานหรือเดินมากขึ้นถ้าเดินทางไม่ไกล อย่าลืมว่ามีขา

8. ลดขยะ โดยการใช้ให้น้อยลง หรือแยกขยะก่อนทิ้ง ใช้ของรีไซเคิล คัดแยกของที่ยังมีประโยชน์ส่งต่อให้คนที่ต้องการ และซ่อมแซมของใช้เพื่อลดการทิ้งขยะ ไปดูนกต่างจังหวัด เราก็พกไปบริจาคให้เด็กที่ขาดแคลน

9.ใช้พลังงานสะอาด เช่นพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

10.บริโภคอาหารออร์แกนิก ปลอดภัยกับตัวเองเพราะปลอดสารเคมี และบริโภคของที่ผลิตในประเทศ  เพราะเป็นการลดการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่ง และลดการเสียดุลการค้า

 

Text : นพ. รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์

สมาคมอนุรักษ์นกและ ธรรมชาติแห่งประเทศไทย http://www.bcst.or.th/index.htm

ภาพประกอบ : Jeab /    www.thaibirder.com 

Timmy / www.atdesignphoto.com  

www.surfbirds.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: