“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

ดาไลลามะ: สิทธิที่จะมีความสุข

 

 

ฉันเชื่อว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของมนุษย์คือการแสวงหาความสุข นั่นแจ่มแจ้งอยู่แล้ว ไม่ว่าคน ๆ นั้นนับถือศาสนาหรือไม่ ไม่ว่าคน ๆ นั้นนับถือศาสนาใด เราทุกคนล้วนแล้วแต่แสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้กับชีวิต ดังนั้นฉันคิดว่าชีวิตคนเรามุ่งหน้าเข้าหาความสุขเป็นจุดหมายปลายทาง…

 

            ด้วยถ้อยแถลงดังกล่าว องค์ดาไลลามะได้ประกาศแก่นธรรมสารของท่านต่อโลก แต่ที่สำคัญท่านได้บอกวิธีก้าวไปสู่เป้าหมายดังกล่าวด้วย เมื่อมีผู้ตั้งคำถามว่ามันเป็นไปได้จริงหรือที่ชีวิตจะก้าวไปพบความสุข? องค์ดาไลลามะตอบว่า เป็นไปได้สิ ฉันเชื่อว่าสามารถบรรลุความสุขได้โดยผ่านการฝึกจิต แน่นอนว่าต่างไปจากความสุขในสายตาของโลกทุนนิยมและวัตถุนิยมที่ตีค่าความสุขจากการได้ครอบครองอะไรสักอย่าง

 

           สำหรับเราชาวไทยที่นับถือพุทธศาสนาคงไม่แปลกใจกับวิถีการฝึกจิตดังกล่าวสักเท่าไร ตรงกันข้ามในสายตาของชาวตะวันตกที่ตั้งอยู่บนระบบคิดทางจิตของซิกมันด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ แทบจะไม่มีความคิดเรื่องนี้อยู่ในสารบบเลย มนุษย์เรามีความรู้สึกโน้มเอียงที่จะกล่าวว่า เป้าหมายที่จะให้มนุษย์มี ความสุขนั้นไม่ได้รวมอยู่ในแผนการสร้างโลกของพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนั้นจิตแพทย์ผู้ศึกษาร่ำเรียนมาเพื่อบำบัดเจ้าของดวงจิตที่ทุกข์ทรมานคงทำได้เพียงช่วยให้ความทุกข์ทรมานอันรุนแรงได้เบาบางลงในระดับปรกติที่ทนได้ แต่ไม่เคยมีใครคิดถึงแนวทางขององค์ดาไลลามะว่า แท้จริงแล้วมนุษย์เราสามารถก้าวไปถึงเป้าหมายสุดท้ายในการค้นพบความสุขได้ สำหรับโลกตะวันตกที่คนไทยเรากำลังเดินตามอย่างไม่ลืมหูลืมตานั้น ความคิดเกี่ยวกับการบรรลุความสุขที่แท้จริงยังคงดูเหมือนเป็นสิ่งมายา ความสุขเป็นสิ่งที่ยากที่จะอธิบายและไขว่คว้า แม้แต่คำว่า ความสุข (happy) ยังมีรากศัพท์มาจากคำว่า happ ในภาษาไอซ์แลนด์ อันหมายถึงโชคหรือโอกาส ซึ่งก็เหมือนกับการถูกหวยนั่นแหละ มีกี่คนจะถูกหวยรางวัลใหญ่ ๆ  กันบ้าง และการจะถูกหวยได้ทุกวันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่!

 

            องค์ดาไลลามะได้กล่าวถึง การฝึกจิตในความหมายของท่านว่า ไม่ได้หมายถึงจิตซึ่งเป็นเพียงสติปัญญาหรือความสามารถในการคิดหาความรู้ แต่ จิตในที่นี้หมายถึง เซ็ม (sem) ในภาษาธิเบต ซึ่งมีความหมายกว้างกว่ามาก และใกล้เคียงกับคำว่า จิตใจ’ (psyche) หรือ จิตวิญญาณ (spirit) ซึ่งรวมทั้งปัญญาและความรู้สึก ทั้งหัวใจและจิตใจ ด้วยการฝึกฝนภายในเราสามารถผ่านกระบวนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ มุมมองทั้งหมดและวิธีการดำเนินชีวิต

 

           เมื่อเราพูดถึงการฝึกฝนภายใน มันยังเกี่ยวข้องกับอะไรอีกหลายวิธี แต่โดยทั่วไปแล้ว เราต้องเริ่มจากการแยกแยะเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่นำความสุขมาให้ และเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่นำความทุกข์มาให้ ทำได้ดังนี้แล้วจึงลงมือกำจัดเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์และบ่มเพาะปัจจัยที่ทำให้มีสุข นั่นคือวิธีการสำนักของท่านพุทธทาสภิกขุเน้นเรื่องนี้มาก โดยมีเครื่องมือสำคัญที่เรียกว่าวิธีปฏิจจสมุปบาท

 

ชีวิตนั้นสั้นนัก วันคืนของเรามีขอบเขตจำกัด ในวินาทีนี้ คนจำนวนหนึ่งกำลังลืมตาดูโลก บางคนถูกลิขิตให้มีชีวิตอยู่เพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อของโรคร้ายหรือเคราะห์กรรมต่างๆ บ้างก็ถูกลิขิตให้มีอายุยืนยาวนับศตวรรษ เพื่อที่จะลิ้มรสที่ชีวิตหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะหรือความสิ้นหวัง ความเกลียดและความรัก เราไม่มีวันรู้ แต่คำถามที่สำคัญยังคงอยู่ อะไรคือจุดมุ่งหมายของชีวิต? อะไรทำให้ชีวิตเรามีคุณค่า?

 

            ดังนั้นเรามาเริ่มต้นด้วยสมมุติฐานที่ว่า จุดมุ่งหมายของชีวิตคือการแสวงหาความสุข ซึ่งเป็นการมองความสุขในฐานะเป้าหมายแท้จริง ซึ่งคนเราสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อบรรลุได้ เมื่อเราเริ่มแยกแยะเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ชีวิตที่มีสุขกว่าเดิม เราจะได้เรียนรู้ว่าการแสวงหาความสุขได้หยิบยื่นประโยชน์ให้ไม่เฉพาะแก่ใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงครอบครัวของเขาตลอดจนสังคมในวงกว้างได้อย่างไรด้วย  

 

            ในที่นี้เราอาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า ทุกข์หรือสุขล้วนเป็นปัจจัยภายในตัวเราที่เราสามารถกำหนดได้ด้วยการฝึกจิต ขณะที่ความสุขแบบสุขนิยมบนพื้นฐานของวัตถุนิยมและอำนาจนิยมที่เรากำลังแสวงหากันอยู่ทุกวันนี้ เป็นความสุขจากปัจจัยภายนอก ที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลย ด้วยเหตุนั้นพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นสายใต้หรือสายเหนือที่มาจากพระพุทธองค์ล้วนเป็นสิ่งมีค่าที่แท้จริงที่เราควรแสวงหาให้พบในชาตินี้ในตัวเราเอง แต่ที่น่าสังเกตคือองค์ดาไลลามะได้นำหลักคำสอนของพุทธศาสนามาประยุกต์ให้เกิดคุณประโยชน์และทางออกของสังคม แม้ว่าพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทจะวางจุดยืนของการปฏิบัติจิตอยู่บนการทำจิตใจให้ปลอดจากทุกข์ แต่ก็ไม่ยืดติดกับความสุข แต่องค์ดาไลลามะกลับเน้นให้เห็นว่ามนุษย์เราก็มีสิทธิที่จะมีความสุขตามวิถีทางที่แท้จริงได้

 

และนั่นอาจเป็นสิ่งที่เราต้องกลับมานั่งทบทวน…กับสิ่งที่เราพยายามใฝ่หา… ที่เราเรียกมันว่า “ความสุข”

                         ???

 

บทความ : สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์ 

หนังสืออ่านประกอบ The Art of Happiness: A Handbook for Living by HH Dalai Lama and Howard C. Cutler และ ศิลปะแห่งความสุข แปลโดย วัชรีวรรณ ชัยวรศิลป์

 

 

 

23 พฤษภาคม 51

3 comments on “ดาไลลามะ: สิทธิที่จะมีความสุข

  1. khun_aut
    พฤษภาคม 23, 2008

    โอ้ … อ่านต่อไปๆ

    : )

  2. Aracely Kilbride
    พฤษภาคม 5, 2011

    Only after reading this announcement, I thought exactly the same thing I always ask to explore new blogs and forums. All I think about it? Precisely how does it feel? This and other posts on his blog here no doubt give some tips to think. Finally ended up here through Yahoo when the first scene some research online for some courses that I am. In general, the time browsing through large and I hope to continue to write new messages. Cheers Very helpful article. I just found your site and the need to say that I particularly liked the study of their messages. Any way I’ll be subscribing to your feed, and I hope to publish more soon after.

  3. what are Rachel McAdams' measurements
    พฤษภาคม 11, 2011

    Do you people have a facebook or myspace fan webpage? I looked for one on twitter but couldn’t find one, I’d really like to become a fan!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on พฤษภาคม 23, 2008 by in 02 PEOPLE + THOUGHT / คือความคิดและผู้คนในความทรงจำ.

นำทาง

%d bloggers like this: