“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“การเมือง…เรื่องปัญ(ตัณ)หา…”

 

บ้านพักแม่ริม / 6 มิถุนายน 51

ยามเย็น…

 

ผมชำเลืองตา…มองดูโทรทัศน์ตามเสียง…ที่ใครสักคน พยายามเร่งให้มันดังขึ้น เพื่อรับฟังข่าวสารบ้านเมืองปัจจุบันอย่างตั้งใจ…

พลางลดสายตาลง พร้อมมือขยับเม้าท์คลิกปุ่มปิดเสียงเพลง The Prophet’s Song ของวง Queen ที่กำลังคอรัสประสานเสียงกันอย่างรื่นรมย์ ผ่านร่องลำโพง Laptop ด้วยอาการกึ่งเกรงใจ…แม้ไม่ได้ร้องขอ แต่ก็พอเข้าใจถึงสิ่งที่สื่อสาร…

เหตุการณ์ในข่าว ยังคงคล้ายหลายวันที่ผ่านมา…มันเป็นไปตามบท ตามเนื้อหา ที่ต่อเนื่องกัน

 

ดวงตาเล็กๆของผม เหลียวมองผ่านกระจกของตู้หนังสือ มองหาหนังสือเล่มโปรดเล่มหนึ่ง ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว…ทุกอย่าง มันช่างสอดคล้องกับสถานการณ์ขณะนี้ เสียนี่กระไร!  ประชาธิปไตย บนเส้นขนาน

………………………………………..

 

ผมไม่สามารถพูด ได้เต็มปากว่า…ผม รักและเข้าใจ…ประชาธิปไตย โดยเฉพาะในแง่มุม ด้านการเมือง มีอยู่หลายมิติของสิ่งนี้ ที่ผมรู้จักมันแค่เพียงกระพี้ ของมันเท่านั้น…

 

บ่อยครั้ง ที่หลายคนบอกว่า…การเมือง คือเรื่องน้ำเน่า!

แต่ก็มีบางคนที่รู้สึกว่า…การเมือง คือชีวิต…?

ขณะที่ท่านผู้นำ(ราดหน้า (หมูหมัก) ) กลับบัญญัติมันด้วยคำ Copy Writer ลงบน กระดาษเปื้อนหมึก กับคำที่ชวนขบคิด…ว่าการเมือง เรื่องตัณหา  ???

 

ยังนึกๆอยู่ว่า ถ้าจ่าตุ้ยและเสือย้อย มีชีวิตอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวละครเชื่อมโยงประวัติศาสตร์การเมืองจากหนังสือรางวัลซีไรต์เล่มนั้น…สองผู้เฒ่าจะให้นิยาม…กันเช่นไร? และระหว่างนิยายกับความเป็นจริง อะไรจะซับซ้อน…มีชั้นเชิงกว่ากัน…?

 

หลายคนพยายามชี้ทางออกของปัญหา…ด้วยคำตอบกึ่งกระแสโพสต์โมเดิร์น พร้อมเสนอคำว่า สมานฉันท์ แหม่…ฟังดูเข้าท่า แฮะ! แต่ในทัศนะของผม…มันก็ยังคลุมเครือในแง่ง่ามของความเป็นไป อยู่มากโข…เผลอๆ อาจเป็นเพราะ ความไม่ชัดเจน นี่กระมัง! ที่เรากำลังถามไถ่ ในโลกสมมติที่เราสร้างขึ้น…และเรียนรู้กับมัน (อย่างบ้าคลั่ง!)

 

การโจมตีให้ร้าย การพยายามครอบครองอำนาจ หรือรักษาผลประโยชน์…ฟังดูอาจน่าชิงชัง แต่มันคือ วิถีการต่อสู้ระหว่างความคิด ต่างคน ต่างรับใช้ ความเชื่อของตัวเอง… จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า อะไรคือถูก-ผิด ? ในแง่ของความเป็นคน… แต่ในแง่ของสังคมแล้ว…(นัก)การเมือง ขณะนี้ กำลังถูกตีความ ให้เดินเข้าสู่มุมมืดโดยแท้…

 

บนวิถีทางประชาธิปไตย ที่ดูคล้ายเส้นขนาน เราไม่อาจหาคำตอบบางอย่างได้ (ในตอนนี้)…แต่หวังว่าสักวัน คงจะมีปลายทางสักแห่ง ที่บรรจบกันอย่างสันติ…เชื่ออย่างนั้น!

 

แต่โดยทัศนะส่วนตัวแล้ว…ถ้าถามผม? !

 

…ผมคิดว่า รัฐบาลชุดนี้ ควรปรับเปลี่ยนหรือยุติบทบาท บางอย่างได้แล้ว… ไม่ใช่เพราะเป็น รัฐบาลขี้เหร่!” หรอกนะ… แต่มันถึงขั้น น่าเกลียด!” เลยล่ะ! ไม่ว่าในในฐานะ ตัวจริง หรือ ร่างทรง!” เพราะ การเมือง(ไม่ใช่)เรื่องตัณหา…แต่เป็นเรื่องของการแก้ปํญหา ความเป็นอยู่เพื่อส่วนรวมมากกว่า…ผมคิดอย่างนั้นนะ !

 

………………………………………………………..

 

 

“…ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้…” 

 

พระบรมราโชวาท ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ 6 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
วันพฤหัสบดี ที่
11 ธันวาคม 2512

 

12 comments on ““การเมือง…เรื่องปัญ(ตัณ)หา…”

  1. ธุลีดิน
    มิถุนายน 6, 2008

    รู้สึกในพระบรมราโชวาทจะตกคำ ‘ดี’ ไปตัวหนึ่งนะขะรับ หรือเจตน์จำนงจะสื่อความถึง ‘ไม่ดี’ ที่ไม่เหลือ ‘ดี’ 😉

    ขออนุญาตพ่วงลิ้งค์เสียหน่อย ไหน ๆ เราล้วมวงคุยเรื่องการเมืองกันทั้งที
    http://tuleedin.wordpress.com/2008/06/05/the-note-book-2/

  2. khun_aut
    มิถุนายน 6, 2008

    น่าสนใจครับ
    เมื่อเราแยกแยะเรื่อง ร่างทรง / ทรงร่าง ออกไปเสียก่อน … แม้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ “เขาผู้นั้น” เลย รัฐบาลนี้ “ก็ไม่ใช่” อยู่ดี

    : )

  3. แม่เพลง
    มิถุนายน 6, 2008

    ตามมาจากบ้านท่านดินเห็นสนทนากันเรื่องการเมืองแล้ว…อดใจไม่ไหว

    ถ้าจะพูดถึงประชาธิปไตยนั้นก็เพราะเราต่างมองกันคนละมุม ประชาธิปไตยในความเข้าใจของแต่ละคนจึงคล้ายเป็นคนละใบ

    ถ้าจะพูดดึงรัฐบาลชุดนี้เห็นด้วยกับท่านอิ่มเอมเป็นยิ่งนักว่าช่างน่าเกลียดเหลือจะกล่าว
    เพราะงั้นข้ามไป

    ข้ามมาถึงพันธมิตรซึ่งกำลังปักหลักชุมนุม…อาทิตย์ที่แล้วข้าเจ้านอนดูโทรทัศน์เห็นโฆษณาตัวหนึ่ง
    ขอบริจาคเงินซื้อเสื้อเกราะกันกระสุนให้ตำรวจ-ทหารสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
    หลายวันก่อน ข้าเจ้าเดินย่ำสะพานมัฆวานฯ
    ไม่มีอะไรหรอก แค่กลับออกจากหอศิลป์แล้วไม่รู้จะไปไหน
    เลยว่าจะเดินไปดูรอยล้อรถถังครั้งก่อนซะหน่อยว่ายังอยู่ไหม
    หลังผ่านฝน ผ่านหนาว ผ่านสายลมและสายแดดโบกโบย
    ร่องรอยนั้นยังคงปรากฎตนบนพื้นผิวถนน

    น่าแปลกจังผู้คนนับพันนับหมื่น ณ วันนั้นเดินผ่านไปมา
    ไม่มีใครสักคนจารจำรอยบดขยี้ของล้อรถถังกับผิวถนนได้

    น่าแปลกจังทั้งๆ รู้กันว่า บ่ายซึ่งมีข่าวปฎิวัติยืนยันอย่างไม่เป็นทางการ
    บรรดาแกนนำต่างทอดทิ้งแนวร่วมของตนซึ่งพากันมาปักหลักรอตามโรงแรมรอบเกาะรัตนโกสินทร์
    ทั้งๆ รู้ แต่ไม่เคยมีใครจารจำความเจ็บกันทั้งนั้นหรือ

    เอ้อ…ข้าเจ้าลืมไปเราคนไทยน่ะลืมง่าย

    ด้วยมิตรภาพ

  4. แม่เพลง
    มิถุนายน 6, 2008

    โห…ท่านขุนตัดหน้า

    นี่เฮาบ่ะได้อู้กันบ่ะกี่เพลาท่านกล้าปาดหน้าเพลงแล้วรึ
    ขออภัยท่านอิ่มเอม ขอไปจัดการท่านขุนอรรถเสียหน่อย

  5. khun_aut
    มิถุนายน 6, 2008

    โอ้แม่เพลง …

    ผมบอกผู้ชุมนุมเสียงไม่ดังนักเสมอมา … “นักการเมือง (รวมถึง ผู้นำการชุมนุม อย่าง พันธมด) ไม่เคยตายเพื่อเรา เราต่างหาก ยอมตายเพื่อเขา ตลอดมา”

    บ่าวบอกแล้ว … แต่ก็มิได้นำพา

    : )

    แม่เพลง แว่บไป กระผมก็แว่บมา

    (บ้านนี้ กลายเป็นสยามฯ ให้เราวิ่งตามหากัน หยั่งกะหนังอินเดีย – ขอโทษเจ้าของบ้าน อย่างเป็นกำลัง !)

  6. imaim
    มิถุนายน 6, 2008

    กลับมาแว้ว…ว ขอรับ มาตอนที่ใครๆ อาจหาวกันไปหลายรอบ…เอ๊ะหรือหลับไปซะแล้ว…

    รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกที่พอเปิดบล็อก แล้วเจอบทสนทนากันอย่าง…เริ่มออกรส…

    >> ขอบคุณ สำหรับ ท่านธุลีดิน ที่ช่วยพิสูจน์อักษรให้…บัดนี้กระผมได้แก้ไขแล้วขอรับ…อิ อิ๊ สะเพร่าไปหน่อย

    >> khun_aut ตามนั้นเลย ไม่มีคำอธิบายอะไรมากมาย เกี่ยวกับ รัฐ…ตู๊ดๆ …นี้ อุ๊ย โดนเซนเซอร์

    >> โอ้แม่เพลง ยินดีต้อนรับ สู่สภาอิ่มเอม…เอ๊ย ไม่ใช่… บ้านอิ่มเอม ซิถึงจะเหมาะกว่า…

    ว่าแต่ว่า คอแห้งกัน อ่ะยัง? รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ?

    เราจะได้คุยกันนานๆ หน่อย…

  7. ธุลีดิน
    มิถุนายน 7, 2008

    อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านอิ่ม

    รู้ไหม ตั้งแต่ท่านอัพรูปล้วนมีแต่สวย ๆ งาม ๆ จำเริญตาสบายใจ จะมาก็เที่ยวนี้แหละขะรับ ที่เปิดเจอแล้วหงุดหงิดในอารมณ์ จะรีทัชเสียสักหน่อยก็ไม่ได้ ใส่ลักยิ้ม ใส่ฟันหรอ หรือสวมแว่นอำพรางใบหน้าจะไม่ว่าสักคำ

    แต่นี่..

    อืมม์ไหน ๆ ปะท่านเพลงจ้อรถถัง สัญชาติจรเข้จะนิ่งเฉยเสียก็กระไรอยู่

    ข้าพเจ้าไม่เข้าใจ (ช่วยเขกกบาลทีเถอะ แต่เบอะ ๆ นะอย่ารุนแรงเทียวล่ะ) ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนจะต้องกอดประชาธิปไตยกันเสียเหนียวแน่น อะไรก็อ้างประชาธิปไตยคล้ายเป็นสิ่งสวยหรูงดงาม เป็นรูปแบบการปกครองเดียวที่จะทำให้มนุษย์มีสิทธิ เสรีภาพ ครบมูล

    แล้วประชาธิปไตยที่นำมาอ้างก็เป็นประชาธิปไตยมั่ว ๆ ที่ต้นเค้ามาพบเข้าเป็นต้องร้องจ๊ากกกกก

    ข้าพเจ้าไม่เชื่อว่าซื้อเหมาโหลถูกกว่า ไม่มียาไหนใช้ได้กับทุกคน ใช้ซี้ซั้วเจอแพ้ยามีสิทธิม่อง

    ทุกอย่างควรเริ่มที่ผู้ใช้ ใช้ให้เหมาะสมกับเงื่อนไขจำเพาะตน

    หลักการไม่ใช่สุ่มที่จะเอามาครอบ และมนุษย์แน่ล่ะไม่ใช่ไก่ ที่จะเอาสุ่มประชาธิปไตยมาครอบ ครอบ ครอบ แล้วบอกว่า เห้! ยูมีสิทธิ เสรีภาพภายใต้รัฐธรรมนูญ

    พวกกำลังจะแก้รัฐธรรมนูญตามใจตน แล้วยังจะเหลือประชาธิปไตยอะไรอีก!

    คนไทยส่วนมากยังใช้เงินซื้อได้ พวกที่บอกอยู่โต้ง ๆ ว่าเป็นตัวแทนยังดาหน้าเข้าสภากันเป็นแถว เราจึงได้นายกฯ ที่น่าอายไปทั้งจักรวาลอย่างนี้ (ท่านอิ่มที่เคารพ รีทัชสักหน่อยดีไหม😉 )

    เอาล่ะกล่าวไปข้าพเจ้าไม่ใช่นักรัฐศาสตร์ ปรัชญา การเมืองการปกครอง ที่จะคิดโครงเค้าระบอบสังคมมนุษย์ขึ้นมาอย่าง เพลโต อริสโตเติล เพียงเห็นว่าต้องมีระบอบสักอย่างนาที่เหมาะกับคนไทย เพื่อคนไทย ใช้กับคนไทยโดยเฉพาะ คงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตัดไอ้พวกคอรัปชั่นกินบ้านกินเมือง นักธุรกิจการเมืองที่ตอนนี้มันกำลังจะทำให้คำว่า ‘ขายชาติ’ เป็นรูปธรรม ชาวบ้านชาวช่องมีสิทธิมีเสียงโดยไม่ต้องซื้อต้องขาย

    เราผ่านยุคสมัยมาจนวันนี้ นักวิชาการนักกฏหมายเต็มบ้านเต็มเมือง ทำไมเราจึงคิดวิธีปกครองที่เหมาะกับเราเองไม่ได้ ฮึขะรับ!?

    ถ้าเหล่าพระคุณท่านผู้เป็นมันสมองของประเทศไม่มีปัญญาคิด ก็ปล่อยให้รถถังคิดเถอะ! เดี๋ยวก็รู้ดำรู้แดง!

    อ่า..ไอ้กระผมก็โม้มายาวแล้วขอรับพ่อแม่พี่น้อง ไป ๆ มา ๆ จะทำเอาสภาท่านอิ่ม เอ้ย! เฮือนท่านอิ่มป่นปี้โดนปา(..)ใส่แล้วจะยุ่ง อันความเห็นเกี่ยวข้องด้วยการมุ้งการเมืองจึงเป็นข้อพึงระวังนักหนา ผิดท่าประการใดลบได้เลยนะขะรับท่านอิ่ม

    คอแห้งขอรับคอแห้ง น้ำมะนาวโซดาละกัลล์

    คารวะ

  8. imaim
    มิถุนายน 7, 2008

    สายสวัสดิ์ ท่านธุลีดิน

    สารภาพตามตรงว่า ในห้วงคำนึง มีบางครั้งที่จิตใจไม่ได้ฝักใฝ่ระบอบประชาธิปไตย…เพราะมีหลายกรณี สิ่งที่เราเรียกหา มันหาใช่คำตอบไม่…

    และหลายครั้ง มันก็แค่เรื่องสมมติที่เราเอาเป็นเอาตาย…อย่างท่านว่า

    ส่วนเรื่องรีทัชภาพผู้นำ…ตอนโพสต์ครั้งแรก ก็คิดว่าจะรีทัชภาพให้มันสะใจ…เด็กหลัง(ภู)เขาซะหน่อย…

    แต่นึกไปนึกมา…ม่าย..ย เอาดีกว่า ปล่อยให้แต่คนรีทัชภาพ หรือเติมแต่งผู้(ไม่น่า)นำ ด้วยความรู้สึกส่วนตัวดีกว่า…มันดูมีสีสัน และเป็นการต่อสู้ทางจินตนาการที่น่าภิรมย์เป็นไหนๆ …ว่าป๊ะ ?

  9. แม่เพลง
    มิถุนายน 7, 2008

    โอว…ท่านดิน
    บอกก่อนว่าข้าเจ้ามิได้ยืนข้างใดเลย
    ไม่ว่าจะพันธมิตรหรือรัฐบาล
    หากข้าเจ้าคิดว่าในยามนี้ที่บ้านเมืองกำลังเกิดปัญหาอย่างหนักนั้น
    เป็นเพราะเรามัวแต่ทะเลาะกัน
    ร้อยไม่เชื่อ แสนไม่เชื่อที่ว่าพันธมิตรมีเจตนาบริสุทธิ์
    และเช่นกันกับที่ไม่เคยเชื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล
    ว่าไม่มีเจตนาจะลบล้างความผิดให้พลพรรคตน

    ช่วงแรกของการเริ่มชุมนุมพันธมิตร ข้าเจ้าและเพื่อนนักข่าวไม่เคยลงไปแล
    มีความรู้สึกว่า…เหมือนพี่น้องทะเลาะกัน
    ปรกติน้องนั้นไม่ว่าได้ขนมใดมาก็มักแบ่งพี่เสมอ
    มาวันหนึ่งน้องหวงไว้กินเอง พี่ขอก็ไม่ให้
    คนเคยได้…เมื่อไม่ได้…ความรักจึงกลายเป็นแค้น

    กระทั่งการชุมนุมครั้งนี้
    ครั้งหนึ่งกับการกินข้าวร่วมกันกับนักเคลื่อนไหวเก่าๆ ในบุรีรัมย์
    ข้าเจ้าไม่ทราบเม็ดเงินที่แน่นอน
    แต่มันคงมากพอที่นักเคลื่อนไหวจะกล้าเอาตนเองเป็นเป้านิ่ง
    ขนาดข้าเจ้าส่งข่าวให้สำนักข่าวย่านบางนา
    น้องในกอง บก. ยังต้องโทรมาบอกว่าให้ช่วยอยู่นิ่งๆ ที
    ด้วยกลัวข้าเจ้าจะสิ้นใจ ณ เมืองหมอผีเขมรเสียก่อน

    ข้าเจ้าไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม
    ข้าเจ้าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของรัฐบาล

    ปัญหาจะจบลงได้ถ้าทุกฝ่ายยอมเปิดใจคุยกันอย่างท่านประทีปเคยกล่าวกับข้าเจ้า
    ข้าเจ้าก็คิดเห็นเช่นนั้น

    สิ่งที่ข้าเจ้าต้องการเห็นมีเพียง ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง
    ปวดใจนักท่าน ณ วันนั้นยามกดชัตเตอร์ภาพคนไทยลงไม้ลงมือกันเอง

    เหมือนที่ข้าเจ้าบอกเสมอ…สุดท้ายคนที่เจ็บปวดที่สุดก็ไม่พ้นประชาชน

    สมมุตินะท่านนะ…สมมุติว่าทหารรับสัญญาณออหมักมาแปรเช่น ๖ ตุลา
    บรรดาเด็กน้อยไร้เดียงสาที่พ่อแม่พามา จะเป็นเช่นใด
    และถึงอยู่รอดมีชีวิต เด็กเหล่านี้ต้องสูญเสียสิ่งใด

    ข้าเจ้าชอบโฆษณาของกองทัพแฮะ
    Ad. ตัวรถโดยสารเสียบนทางขึ้นเขา มีคนช่วยเข็นเพียงคนเดียว นอกนั้นต่างทำวัตรปฎิบัติแห่งยุคบริโภคนิยม

    โอ้…โม้ยาว…หิวแล้ว
    บ้านท่านอิ่ม ไหงเข้ามาแล้วไม่อิ่มเล่า

  10. imaim
    มิถุนายน 7, 2008

    หิวจริงอ่ะ แม่เพลง…
    เอาอย่างนี้ไหม ?
    ชวนกินข้าวมื้อเที่ยงกันที่บ้านเลย…

    แวะไปเก็บผักหลังบ้าน แว้บ…บ เดียว
    โขลกน้ำพริก ซะหน่อย อร่อยเหาะ…
    (เออ…ทำไมเขาจึงชอบพูดว่า อร่อยเหาะ…หรือที่แท้เป็นคำพูดมาจากยอดมนุษย์…)

    ส่วนการเมืองกระผมคิดว่า พักไว้ก่อน เรื่องปากท้อง(ประชาชน) สำคัญกว่าในยามนี้…ก็หิวเหมือนกันนะคร้าบ…บ เจ้านาย…!

  11. เพลงพันวา
    มิถุนายน 8, 2008

    แวะมาเสนอหน้ายามเย็น

    เปลี่ยนมาคุยการเมืองเรื่องปากท้องดีกว่าไหมท่านอิ่ม

    อร่อยเหาะนั้นน่าจะมาจากปรากฎการณ์รีแอคชั่นของการ์ตูนญี่ปุ่น ที่เมื่อได้ชิมของอร่อยเป็นได้เหาะเหิน

    มั่วนะท่านอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา

    หิวอีกล่ะ ไปหาอะไรกินล่ะ 😀

    ด้วยมิตรภาพ
    แม่เพลง

  12. imaim
    มิถุนายน 9, 2008

    โอ้ แม่เพลง

    ขอแจ้งให้ทราบว่า บัดเดี๋ยวนี้ กระผมได้ Link บล็อกแม่ ไว้เรียบร้อยแล้วขอรับ
    เข้าไปเยี่ยมแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าบ้านแม่ กำลังก่อสร้างอยู่หรือเปล่า ? แต่เอาเป็นว่าจะหมั่นแวะไปเยี่ยม ดูท่า…เราจะอยู่ห่างกันไม่ไกล…

    เผื่อหัดอู้กำเมืองกะเขาบ้าง แต่ช่วงนี้ก็อาจผสมทองแดงไปพลางก่อนเน้อ…อ .)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: