“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“สุโขทัย ประวัติศาสตร์ที่เป็นมากกว่าความสุข”

เรื่องและภาพ : โอ๋ อิ่มเอม / ตีพิมพ์ใน Limousine Club Magazine – Dec 08

ในความมืดก่อนถึงรุ่งสาง ดวงตาผมยังคงเบิกโพรงไปตามบรรยากาศข้างทาง โดยอาศัยแสงไฟจากบ้านเรือนที่รถแล่นผ่าน อธิบายถึงเมืองที่คุ้นชื่อมานานในหนังสือประวัติศาสตร์ตอนมัธยม แต่ไม่เคยเดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างเป็นทางการสักที “ถึงแล้วค่ะ ศรีสัชนาลัยเสียงพนักงานบนรถโดยสารพูดพลางเปิดประตูรถให้ผมแบกสัมภาระลง ตรงตลาดท่าชัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งในเวลาตีห้าครึ่งกับฉากหน้าอันเป็นตลาดเช้าเมืองเก่า ย่อมเป็นอะไรที่น่าเดินทอดน่องสำรวจไม่น้อยกับการเริ่มต้นทำความรู้จัก

เสียงแม่ค้าตามแผงรถเข็นต่างเจื้อยแจ้วเชื้อเชิญให้แวะชิมกับเมนูยามเช้า ทั้งโจ๊ก ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวแกงร้อนๆ ขนมหวานสารพัด น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ รวมไปถึงชากาแฟกลิ่นหอมฉุย และผมก็เลือกอย่างหลังนี่แหละ เพราะของมันคุ้นเคยจนสนิทใจในทุกเที่ยวยามของการเดินทาง ว่าพลางปากก็เป่าไล่ความร้อนก่อนจิบกาแฟเบาๆแบบไม่รีบเร่ง หลังจากแม่ค้าวางแก้วลงบนโต๊ะพับสีน้ำเงิน ผลัดกับการนั่งมองดูผู้คนเริ่มต้นชีวิตวันใหม่ในแบบฉบับศรีสัชนาลัยมอร์นิ่ง

dsc00003is

ครึ่งชั่วโมงต่อมา แสงแดดเริ่มสาดส่องทาบฉาบตามตึกไม้เก่าๆจากฝั่งตรงข้ามตลาด ภาพของเมืองเริ่มชัดเจนและมีมิติขึ้น พร้อมกับกาแฟที่พร่องหมดแก้วไปนานแล้ว เป็นอีกความรู้สึกที่ถวิลหาเสมอ ยามแวะจิบกาแฟอาแปะอาโกที่ไหนสักแห่งตามริมทาง มันเป็นเรื่องของอารมณ์กาแฟมากกว่าเรื่องของราคาค่างวด (ที่หลายคนพยายามตีความให้เป็นค่านิยมมีระดับ) จริงไหม?

dsc00013is

dsc00046-3-is

dsc00348is

จากตลาดเช้า ข้ามฝั่งถนนและลัดเลาะไปตามเส้นทางริมฝั่งแม่น้ำยม ก็จะเป็นชุมชนเก่าที่ยังมีความเป็นอยู่แบบเรียบง่าย รอยยิ้มจากคุณป้าเสื้อลายดอกทักทายผมเช่นประสาคนละแวกบ้านเดียวกัน เด็กน้อยสามเกลอที่พร้อมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ถ่ายภาพคู่กับจักรยานที่มีฉากหลังเป็นสะพานแขวนซึ่งเป็นทางสัญจรเฉพาะกิจของเหล่าพาหนะสองล้อของชุมชนริมแม่น้ำ พระสงฆ์รับบิณฑบาตรภัตตาหารและดอกไม้พร้อมเสียงสวดให้พร นั่นคือสิ่งที่ผมพยายามจะอธิบายถึงฉากชีวิตที่เคลื่อนไหวตามจังหวะที่ไม่เร็วจนเกินไปนัก สำหรับเมืองเก่าที่สงบและอบอุ่นเช่นนี้

dsc00166is

เหตุผลอย่างหนึ่ง ที่ผมเลือกเดินทางมาศรีสัชนาลัย ก็เพราะผมต้องการมาตามหาทอง”แม้จะไม่ได้คลั่งไคล้หรือฝังใจอะไรกับทองอย่างเช่นนักล่าสมบัติ แต่ก็ตั้งใจเป็นหนักหนาว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมาดูวิธีทำทองในแบบศรีสัชนาลัยให้ได้ ผมตระเวณตามหาจากการสอบถามกับผู้คนเกี่ยวกับร้านทำทองศรีสัชนาลัยก็ได้ความว่า มีอยู่สองย่านเป็นหลัก ก็คือฝั่งริมแม่น้ำและฝั่งตลาดที่ผมนั่งกินกาแฟเมื่อเช้านั่นแหละ เลือกเอาว่าจะไปดูที่ไหน? (เอว่าแต่ว่า ร้านไหนจะให้โอกาสเราดูวิธีทำทองหล่ะ?) และนั่นไง ในที่สุดผมก็เจอร้านอรอนงค์ช่างทองที่อยู่ใกล้กับป้อมตำรวจตรงฝั่งตลาด เค้าเขียนวิธีทำทองให้เห็นตรงหน้าร้าน แสดงว่ามีเค้าลางว่าเราจะสมหวังเป็นแน่ และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาเปิดโอกาสให้ผมได้ดูวิธีทำทอง โอ้โหประทับใจสุดๆ เพราะภาพที่เห็นคือ ช่างทองกำลังนั่งทำเครื่องประดับทองหลากรูปแบบอย่างตั้งใจ ลวดลายที่ทำช่างวิจิตรงามตานักและไม่ควรถามว่า ทำยากไหม? แค่เห็นก็อึ้ง!แล้วซึ่งเอกลักษณ์ของทองศรีสัชนาลัยคือลวดลายอันซับซ้อนที่ประยุกต์มาจากลายโบราณต่างๆ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมใครหลายคนที่ชื่นชอบเครื่องประดับจึงยกย่องให้งานทองศรีสัชนาลัยเป็นหัตถศิลป์ขั้นสูง คุ้มค่าแก่การได้ยลโฉม (ของเขาดีจริง!)

หลังจากเดินออกจากร้านทอง สมองรีบสั่งการว่าอย่าล้อเล่นกับความหิว กองทัพย่อมเดินด้วยท้องก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกสองชาม จึงหายลงไปในกระเพาะอย่างรวดเร็ว ด้วยความเชื่อที่ว่า พบแม่ค้าสวยที่ไหน ให้ฝากท้องไว้ที่นั่น !

dsc00034is

dsc00014is

แดดเปลี่ยนแสง จากสายกลายเป็นเที่ยงบ่าย ผมเดินลัดเลาะลึกเข้าไปในชุมชนอย่างจริงจัง หวังหาที่ทางอันเงียบสงบ นั่งพักสังขารที่เดินตะลอนแบกเป้จนเมื่อยตาตุ่ม และที่ทางที่ว่า ก็คือศาลาท่าน้ำหน้าวัดตลิ่งชัน เมื่อไม่มีอะไรให้บ่าแบก หลังได้พิงเสาศาลา ตาได้มองหมู่บ้านริมแม่น้ำ ฟังเสียงเบาๆรอบตัวพร้อมกับลมที่โชยเอื่อย ช่างเป็นช่วงเวลาที่เราอยากครอบครองให้คงอยู่นานๆโดยแท้

dsc00447is

เหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือ นี่บ่ายสองโมงครึ่งแล้วหรือ? ได้เวลาอำลาศรีสัชนาลัยแบบพบเพื่อจากแล้วสิ ด้วยเหตุที่จองที่พักไว้ในตัวเมือง ซึ่งอยู่ห่างกันจากตรงจุดนี้ ไปอีกประมาณ 50 กม. หาไม่ อาจคลาดเคลื่อนโปรแกรมที่วางไว้ในวันพรุ่งนี้ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ผมเดินจากฉากแม่น้ำยม มาอย่างเงียบๆและข้ามฝั่งไปยังอีกฟากถนน พร้อมกับการรอรถเมล์หวานเย็นอุตรดิตถ์สุโขทัย นานเกือบสองชั่วโมง กว่าที่จะได้พบเพื่อนร่วมเดินทางที่มีอยู่อย่างประปรายและกระจายที่นั่งตามแต่จับจอง บ้างก็พูดคุยสนทนากัน บ้างก็แอบหลับคาเบาะสีครีม ปล่อยให้ฉากยามเย็นค่อยๆเคลื่อนไหวไปตามแรงล้อหมุน


เมื่อถึงตัวเมืองสุโขทัย ก็จัดแจงตัวเองพร้อมสัมภาระเข้าที่พัก ซึ่งเป็นโรงแรมบ้านเรือนไทยที่มีใครหลายคนโพสต์เอาไว้ในอินเตอร์เน็ต รวมถึงพ็อคเก็ตบุ๊คอย่างLonely Planet ก็แนะนำ ยามที่มาเยือนสุโขทัย ซึ่งถือว่าไม่ผิดหวัง สมคำร่ำลือด้วยบรรยากาศและการบริการที่เป็นกันเอง

ผมเอนตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม นึกทบทวนความรู้สึกจากเช้าตรู่ยันถึงค่ำคืน มันเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่คุ้นชินเดิม ผมไม่ต้องนั่งประชุม ไม่ต้องนั่งตรวจงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปล่อยวางหน้าที่จากบางสภาวะ เพื่อต่อเติมจินตนาการและความอิสระเล็กๆให้เกิดขึ้น ใต้ชายคาเรือนไม้ทรงไทยและมุ้งสีขาว ชวนให้คิดถึงตอนเด็กๆที่นอนกอดพ่อแม่ ซึ่งตัวเองในช่วงเวลานั้นยังไม่ประสีประสาอะไรกับคำว่า ความอบอุ่นในครอบครัว (หลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ครับ ป๋าแม่…)

……………………………………………..

dsc00362is

เช้าวันใหม่ กับโปรแกรมเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย รถโรงแรมพาผมไปส่งที่คิวรถสองแถวอันมีเอกลักษณ์ด้วยตัวถังไม้สีขาว(ชวนทำให้นึกถึงภูเก็ตและพังงา ที่มีรถสองแถวหน้าตาประมาณนี้ อาจแตกต่างกันตรงลวดลายและสีสันที่เป็นสีฟ้า) ซึ่งเหลืออีกเพียง12 กม. ก็จะได้เวลาของกรุงเก่ากันแล้วครับ พี่น้อง!

dsc00524is

และแล้วก็มาถึง ยินดีต้อนรับสู่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยหรือเมืองเก่า(คร้าบ)” พร้อมกับชั่วโมงเรียนวิชาประวัติศาสตร์สุโขทัยของจริง ที่กลับมาอีกหนในรอบเกือบ20ปี(ภาพใบหน้าคุณครูวันเพ็ญที่มักทำเสียงดุยามเรียกชื่อชวนให้สะดุ้ง!เริ่มผุดขึ้นมา )


แต่ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่อง มีรายละเอียดบางอย่าง ที่อยากแนะนำให้ใครๆที่ไปเที่ยวชมอุทยานฯ ควรให้ความสำคัญ เมื่อถึงที่นั่น

อย่างแรกก็คือเช่าจักรยานรับรองคุ้มค่าที่สุดและมีหลายแบบ(มีทั้งแบบทันสมัย แบบคลาสสิค รวมถึงสำหรับเด็กๆ) หลากสีสันให้เลือกด้วยราคาเพียงคันละ 30 บาท/วัน เท่านั้น

อย่างที่สอง คือเตรียมน้ำดื่มไว้ให้พร้อม งานนี้มีคอแห้งแน่..(.อิ๊ อิ๊)

อย่างที่สาม ควรไปเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหงซึ่งอยู่ทางซ้ายมือก่อนเข้าอุทยานฯ เพื่อซึมซับบรรยากาศและทราบถึงที่มาที่ไปต่างๆทางประวัติศาสตร์ และเหมือนได้วางแผนอย่างถูกต้องก่อนที่จะเริ่มปั่นอย่างเต็มน่อง

อ้อ! อย่างสุดท้าย ขอให้เคารพสถานที่กันด้วยล่ะ ยังไงเราก็บ้านเมืองที่มีวัฒนธรรม อย่าพยายามแต่งตัวนุ่งสั้น ทะลึ่งไปถ่ายภาพคู่กับโบราณสถานโบราณวัตถุอย่างน่าชื่นแต่ลืมดูความเหมาะสม

dsc00403is

dsc00415is

dsc00425is

เมื่อคลี่แผนที่แผ่นเล็กๆที่เหน็บกระเป๋าหลังออก ก็เริ่มวางแผนในใจไว้เป็นสองช่วงคือ ช่วงเช้าจะขอศึกษาแบบใกล้ๆก่อน นั่นคือ ภายในเขตรอบๆวัดมหาธาตุ ส่วนช่วงบ่ายจะขอปั่นไปไกลๆรอบนอกก่อนย้อนกลับมายังวัดมหาธาตุเป็นลำดับสุดท้าย

แค่ใจคิดวางโปรแแกรมคร่าวๆ เท้าก็เริ่มปั่นไปแบบไม่รอเสียงนกหวีด ตรงไปตามป้ายบอกทางเข้าพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานฯ “10 บาทค่ะ“…ทำไมถูกจัง? (มารู้ภายหลังว่า ยังมีอีกหลายด่านที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เช่นเขตรอบนอก อย่างวัดศรีชุม วัดสะพานหิน ซึ่งเราจะซื้อแบบตั๋วรวมก็ได้แค่ 30 บาทเท่านั้น ประหยัดกว่าและไม่ต้องเสียเวลาควักกระเป๋าซื้อทุกเที่ยว แต่ก็ช่างเถอะ! มันไม่ใช่เรื่องน่าหนักสมองอะไร เป้ที่สะพายหลังยังหนักกว่าอีก ฮ่า ฮ่า…)

dsc00445-ajis

ดูไปปั่นไปตามประสาคนไม่รีบ ท่ามกลางบรรยากาศสองข้างทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นอยากบอกให้อิจฉาเล่นๆว่า สุขใจดีแท้…” ประทับใจกับทุกๆที่ที่น่องปั่นไปชื่นชม หัวใจมันพองโตอย่างกับเด็กได้ลูกโป่ง โดยไล่เรียงเส้นทางตั้งแต่ วัดศรีสวายที่มีพระปรางค์ 3 องค์ศิลปะแบบลพบุรี วัดตระพังเงินกับเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ วัดชนะสงครามที่เด่นสง่ากับเจดีย์แบบทรงระฆัง เห็นแล้วพอจะต่อเติมจินตนาการของยุคสมัยเป็นลำดับวิวัฒนาการได้เลยทีเดียว (แหม่แอบหน้ามึนอยู่นาน ตอนสมัยเรียนวิชาประวัติศาสตร์ ว่าเป็นยังไง? วันนี้ได้ความกระจ่างแล้วครับคุณครู)

จวนเจียนจะใกล้เที่ยงแล้วน้ำดื่ม 3 ขวด เหลือเพียงความว่างเปล่า แต่ได้ความรู้สึกดีๆเกี่ยวกับความเป็นชนชาติมาเติมเต็มจนล้นปรี่ พลอยนึกถึงประโยคที่ใครบางคนเคยเอ่ยกันว่า ประวัติศาสตร์ซื้อกันไม่ได้เห็นด้วยอย่างยิ่ง ด้วยประการทั้งปวง

dsc00461is

dsc00483-1is

หลังจากนั่งพักและเสริมเรียวแรงด้วยผัดไทยสุโขทัย(แสนอร่อย)ในมื้อเที่ยง ได้เวลาของแผนสองโดยเริ่มปั่นไปทางทิศตะวันตกเพื่อไปยังวัดศรีชุม วัดซึ่งประดิษฐาน พระอจนะพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ หน้าตักกว้างเกือบ 12 เมตร โดยมีวิหารผนังก่ออิฐถือปูนกั้นล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ผมรู้สึกได้ถึงความอลังการที่แสดงออกมาด้วยความศรัทธาของยุคสมัย ยามที่พิจารณาพุทธลักษณะอันงดงามขององค์พระปฏิมา และไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ภาพตามโปสการ์ดหรือหนังสือนำเที่ยวจึงปรากฏพระพักตร์อันเอิบอิ่มของพระอจนะในแทบทุกครา ยามที่เอ่ยถึงสุโขทัย

dsc00496is

บ่ายสามโมง ชีวิตบนหลังอานยังคงดำเนินต่อไปสู่วัดสะพานหิน วัดซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาสูงโดยมีทางเดินปูลาดไต่ระดับเป็นบันไดหินชนวนระยะทางประมาณ 300 เมตร สู่องค์พระประธานปางประทานอภัย ซึ่งมีชื่อเรียกว่าพระอัฏฐารศประทับยืนหันพระพักตร์ไปยังด้านตะวันออก ซึ่งสามารถเห็นบรรยากาศโดยรอบของเมืองเก่าสุโขทัยจาก ณ ตรงจุดนี้

ระยะทางพิสูจน์ขา กาลเวลาพิสูจน์ก้นผมเริ่มเรียนรู้ความหมายของประโยคดัดแปลงนี้ ยามเมื่อปั่นจักรยานกลับสู่จุดหมายสุดท้าย นั่นคือวัดมหาธาตุเพื่อให้ทันช่วงเวลายามเย็น โดยมีจินตนาการหลักว่า ต้องถ่ายภาพฉากวัดแบบย้อนแสง ยามพระอาทิตย์ลับฟ้าให้ได้ แต่สังขารเจ้ากรรม กำลังขาอ่อนแรงไปมากโขทีเดียว เลยต้องปั่นน่องไปแบบเจียมเนื้อเจียมตัว พลางนึกถึงคำขวัญท้ายรถสิบล้อที่ว่าแอบแซงเพราะแรงน้อยขึ้นมาทันที เพราะแซงได้ก็เฉพาะคนเดินข้างถนนเท่านั่นเฮ้อ!

dsc00530is

ช้าหรือเร็วก็ถึงอยู่ดี ถึงแล้ว…”วัดมหาธาตุวัดสำคัญของกรุงสุโขทัย โดยมีพระเจดีย์มหาธาตุทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์รองอีก 8 องค์ รวมถึงโบราณสถานเช่น วิหาร มณฑป อีกมากมายทั่วบริเวณวัด ซึ่งมีการสำรวจพบว่าที่วัดแห่งนี้ มีเจดีย์แบบต่างๆ มากถึง 200 องค์ทีเดียว! และวิหารด้านทิศตะวันออก เคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนั่นคือ พระศรีศากยมุนีซึ่งปัจจุบันอยู่ ณ วัดสุทัศน์ฯ กรุงเทพมหานคร

dsc00549is

dsc00557is

ยามเย็นจวนพลบค่ำ ณ วัดมหาธาตุ ถือเป็นบรรยากาศที่แสนพิเศษที่ใครหลายคนมักพลาดโอกาส (ด้วยเหตุที่มีเวลาอันจำกัดกระมัง) เพราะเราอาจได้เห็นรอยต่อของวันเวลา มีหลายความรู้สึกและหลายคำถามผุดขึ้นในหัวสมอง จนบรรทัดสุดท้ายก่อนปิดสมุดบันทึก

ผมไม่ได้แค่บันทึกว่า ผมมีความสุขแค่ไหน? กับชั่วโมงประวัติศาสตร์ที่มีกว่าในตำราเรียนพลางนึกเชื่อมโยงกับความเป็นปัจจุบันเหมือนคนโยนหินถามทาง ว่าเราเรียนรู้อะไร? จากประวัติศาสตร์กันบ้างหนอ…?(เพื่อนเอ๋ย!)”

………………………………………………………….

18 ธันวาคม 2551 / เอกมัย กรุงเทพฯ

One comment on ““สุโขทัย ประวัติศาสตร์ที่เป็นมากกว่าความสุข”

  1. LP
    ธันวาคม 18, 2008

    เพื่อนเอ๋ย แล้วเราก็ได้เรียนรู้ว่า…

    ปล. ไม่อยากเขียนยาว เพราะเขินที่ทำตัวเหมือนเป็นแฟนคลับ และต้องไปรีวิวร้านอาหารเหมือนกลัลลล (หน้าที่)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: