“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

ปลูกผักสวนครัว ทำเองได้ไม่ยาก!!!

ผักสวนครัว

โดย นันทา กันตรี : เว็บไซต์ food4change.in.th “กินเปลี่ยนโลก” ภาพประกอบ : http://portfolio.marikahahn.com

ปัญหาเศรษฐกิจ และการเมืองที่อาจจะทำให้ใครหลายๆคนเครียด หากมีเวลาลองหันมาปลูกผักกันดูบ้าง นอกจากช่วยให้ประหยัดรายจ่ายในส่วนของผักแล้ว ยังได้ผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ ที่สำคัญการให้เวลาส่วนหนึ่งกับการปลูกและดูแลผักจะช่วยให้คุณลดความเครียดได้อีกด้วย

เรากำลังจะบอกคุณถึงการปลูกผัก ที่คุณสามารถลองทำเองได้ไม่ยาก เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างจำกัด เช่น บ้านจัดสรร ระเบียงคอนโดมิเนียม หรืออพาร์ทเมนต์ เป็นแนวทางสำหรับการปลูกผักแบบอินทรีย์ โดยคุณไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆเลยในการปลูก

  1. สถานที่ และขนาดของการปลูก ต้องดูว่าคุณพอจะมีที่ว่างในบริเวณบ้านของคุณเหลืออยู่บ้างรึเปล่า อาจจะเป็นที่ว่างที่พอมีแสงส่องรำไร หรือมีแสงส่องตลอดเวลา ที่ว่างนี้อาจจะเป็นแปลงดอกไม้เก่าของคุณ หรือกระถางปลูกต้นไม้ ที่คุณอาจจะลองเปลี่ยนมาปลูกผักดูบ้าง นอกจากสวยงามไม่แพ้กันแล้วยังกินได้อีกด้วย นอกจากผักใบแล้ว ผักจำพวกที่เป็นเถาเลื้อย เช่น ถั่วพู บวบ ถั่วฝักยาว ผักตำลึง ฯลฯ ก็ให้ร่มเงาและสวยงามไม่แพ้ไม้ดอกเลยเชียว ขนาดของการปลูกก็จะสัมพันธ์กับสถานที่และเวลาที่คุณจะมีพอสำหรับการดูแลผักทั้งหลายที่คุณปลูกไว้
  2. จะปลูกผักอะไร คุณอาจจะต้องเลือกว่าแต่ละช่วงจะปลูกผักอะไรได้บ้าง เพื่อให้มีผักชนิดต่างๆหมุนเวียนไว้กินตลอดทั้งปี เช่น ผักบางชนิดอาจจะชอบหน้าหนาว บางชนิดชอบหน้าร้อน แต่บางชนิดก็ปลูกได้ตลอดปี ชนิดของผักที่คนส่วนใหญ่นิยมบริโภค มีทั้งผักที่กินใบ เช่นผักบุ้ง ผักคะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ผักชี ต้นหอม ผักสลัด ผักโขม กุ้ยช่าย คื่นช่าย กะเพรา โหระพา สะระแหน่ ตะไคร้ ฯลฯ ผักกินดอก เช่น กะหล่ำดอก บรอคโคลี่ เป็นต้น ผักกินผล เช่นมะเขือ มะเขือยาว มะเขือเทศ บวบ ถั่วพู ถั่วฝักยาว แตงกวา ถั่วแขก มะระจีน ฯลฯ ผักกินหัวเช่นหัวไชเท้า แครอท เป็นต้น ผักแต่ละชนิดก็มีอายุเก้บเกี่ยวแตกต่างกันไป ผักบางชนิดเก็บได้ครั้งหรือสองครั้ง แต่บางชนิดปลูกได้นานข้ามปีก็มี และยังมีผักพื้นบ้าน เช่น ตำลึง มะระขี้นก ฟักแม้ว ฟักข้าว ฯลฯ ที่น่าสนใจนำมาปลูกไว้กินเอง
  3. แหล่งน้ำ โดยส่วนใหญ่ผักไม่ชอบน้ำประปา แต่หากคุณไม่มีน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติการรดด้วยน้ำประปาก็ทำได้ แต่หากเป็นไปได้คุณควรมีถังสำหรับพักน้ำประปาก่อนจะนำมารดผัก

TomatoAsparagusTulips

อุปกรณ์ที่ใช้

  1. ภาชนะสำหรับปลูก มีวัสดุหลายอย่างที่คุณสามารถนำมาใช้ปลูกผักได้ เช่น กระถาง กระบะ กะละมังแตก ยางรถยนต์ หรือปลอกซีเมนต์ ภาชนะสำหรับปลูกควรมีความลึกไม่น้อยกว่า 6 นิ้วการเลือกภาชนะขึ้นอยู่กับพื้นที่ ที่คุณมี และการออกแบบของคุณ หากปลูกพืชจำพวกกินใบ หรือกินผล กินฝัก ที่ไม่ใช่ไม้เลื้อยก็ไม่จำเป็นต้องทำค้าง ใช้เพียงกระถางก็เพียงพอ แต่ถ้าปลูกผักที่เป็นเถา นอกจากใช้กระถางแล้วก็อาจจะต้องหาวัสดุสำหรับให้เถาไม้ยึดเกาะ หรือให้เลื้อยเกาะต้นไม้ต้นๆอื่นๆในบ้านก็ได้ ถ้าจะทำให้บ้านคุณไม่รกเกินไป สำหรับขนาดกระถางก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่คุณมี
  2. ดินปลูก การปลูกในภาชนะ คุณอาจจะต้องซื้อดินปลูกสำเร็จรูปที่มีขายตามร้านขายวัสดุการเกษตรทั่วไป หากไม่แน่ใจว่าดินปลูกนั้นจะปลูกแล้วงามหรือไม่คุณอาจจะต้องซื้อปุ๋ยหมักมาคลุกเคล้ากับดินปลูกอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์พอสำหรับการปลูกผัก และหากคุณสามารถหาน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพได้ก็ยิ่งดีให้นำมาเจือจางแล้วนำมาราดกับดินปลูกที่เคล้ากันกับปุ๋ยหมัก เพื่อให้จุลินทรีย์จากน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพช่วยในการปลดปล่อยธาตุอาหารให้กับพืชอีกทางหนึ่ง นอกจากการซื้อดินปลูกจากร้านวัสดุการเกษตรแล้ว คุณยังสามารถทำดินปลูกไว้ใช้เองได้อีกด้วย โดยมีสูตรง่ายๆคือปุ๋ยหมัก 2 ส่วน ดิน 2 ส่วน? ขุยมะพร้าว 1 ส่วน แกลบดิบ 1/2 ส่วน น้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ ( เจือจาง 1 ลิตรผสมน้ำ 20 ลิตร ) คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันราดด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพให้เข้ากันและมีความชื้นพอเหมาะ ไม่แฉะเกินไป หมักทิ้งไว้ 1 อาทิตย์ จึงนำมาใช้
  3. เมล็ดพันธุ์สำหรับปลูก คุณสามารถซื้อเมล็ดพันธ์ผักชนิดต่างๆ ที่คุณอยากจะปลูกได้จากร้านขายวัสดุการเกษตรทั่วไป โดยในซองบรรจุจะระบุฤดูปลูก เปอร์เซนต์ความงอก อายุเก็บเกี่ยว วันเดือนที่ที่ผลิตและหมดอายุ ผักบางชนิดเมื่อปลูกแล้วคุณอาจจะเก็บพันธุ์ไว้ใช้เองได้ แต่บางชนิดจะเป็นพันธุ์ลูกผสมซึ่งเก็บพันธุ์ไว้ปลูกไม่ได้ นอกจากการปลูกด้วยเมล็ดแล้ว ผักหลายชนิดสามารถปลูกด้วยหัวหรือกิ่งปักชำได้ หรือคุณจะซื้อต้นกล้าผัก เช่น พริก กะเพรา โหระพา ฯลฯ จากร้านขายต้นไม้ แล้วนำมาปลูกก็ได้ แต่ต้องเลือกต้นที่ยังไม่แก่เกินไป และมีความแข็งแรง

VegetableGarden

ขั้นตอนการปลูก

  1. การเตรียมดิน นำดินปลูกที่เตรียมไว้ใส่ในภาชนะ ให้พอประมาณ โดยควรจะมีความสูงของดินไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว หากมีดินอยู่ในภาชนะอยู่แล้วควรพรวนดินแล้วปล่อยตากแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ และเติมปุ๋ยหมัก ก่อนการปลูกครั้งต่อไป
  2. การปลูก มี 3 แบบ
    การหยอดด้วยเมล็ด เมื่อเตรียมดินเสร็จแล้วก็นำเมล็ดมาหยอดลงในดินปลูก หากเป็นภาชนะขนาดเล็ก ควรหยอดแต่น้อย ไม่ควรเกิน 4-5 เมล็ดต่อตารางฟุต เพราะเมื่อผักโตเต็มที่จะใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น เมื่อต้นกล้าโตจนมีใบจริงใช้กรรไกรตัดต้นกล้าที่ไม่ต้องการออก เหลือต้นแข็งแรงไว้ 1-2 ต้น ก็พอ ไม่ควรใช้มือถอนเพราะจะทำให้รากต้นข้างเคียงกระทบกระเทือนได้
    การปลูกด้วยต้นกล้า เตรียมดินปลูกในภาชนะ แล้วนำเมล็ดผักหว่านบางๆ โรยด้วยดินปลูกด้านบนอีกเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่มชื้น เมื่อต้นกล้าโตมีใบ 3-4 ใบ จึงย้ายมาปลูกในกระถางที่เตรียมไว้ พืชจำพวกพริก กะเพรา โหระพา จะมีต้นกล้าเพาะใส่ถุงขายตามตลาดต้นไม้ทั่วไป คุณสามารถซื้อต้นกล้ามาแล้วย้ายลงปลูกในภาชนะได้เลย
    การปักชำด้วยกิ่งหรือหัว พืชหลายชนิด เช่น สะระแหน่ ตะไคร้ ชะพลู? ฯลฯ สามารถปักชำโดยใช้กิ่งได้ นำกิ่งที่แก่มาปักชำลงในภาชนะแล้วรดน้ำให้ชุ่มชื้น สำหรับพืชหัว เช่น หอมแดงหรือกระเทียม ก่อนปลูกนำมาห่อผ้าแช่น้ำสัก 1 -2 คืน สังเกตุว่าเริ่มมีรากงอกก็นำมาปลูกในภาชนะได้
  3. การรดน้ำ รดน้ำให้มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ควรจะรดน้ำให้มากหน่อยในระยะแรกของการปลูก และฤดูร้อน สำหรับในฤดูฝนควรลดการให้น้ำลงถ้ามีความชุ่มชื้นพอแล้ว
  4. การกำจัดศัตรูพืช วิธีการปลูกที่แนะนำนี้เป็นการปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี หากพบว่ามีการระบาดของหนอนอาจจะใช้มือจับออก หรือใช้น้ำสะเดาฉีด และหากเป็นพวกเพลี้ยต่างๆ ก็ใช้น้ำยาล้างจาน เจือจาง 15 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดตามใต้ใบในเวลาเย็น สำหรับการบำรุงดินก็เพียงเติมปุ๋ยหมักลงไปเท่านั้น
  5. การเก็บเกี่ยว หากเก็บผักในเวลาเช้าจะทำให้ได้ผักที่สวย ผักหลายชนิดคุณสามารถเก็บส่วนยอดอ่อนไปปรุงอาหารแล้วเหลือส่วนที่เป็นต้นไว้เพื่อให้แตกยอดใหม่ได้อีกหลายครั้ง การปลูกผักในภาชนะสามารถปลูกหลายชนิดผสมผสานกัน คุณจะมีผักสดหลากหลายชนิดไว้กินตลอดทั้งปี และปลอดภัยจากสารเคมีอีกด้วย

…………………………………………………….

7 comments on “ปลูกผักสวนครัว ทำเองได้ไม่ยาก!!!

  1. บัวบานตอนเช้า
    มิถุนายน 19, 2009

    ขอบคุณสำหรับบทความค่ะ ขอถามว่าจะทำยังไงกับหอยทากที่มากินใบผัก ยิ่งช่วงหลังฝน หอยทากคลอดลูกมาช่วยกันกินใบผักหมดทั้งกระถางเลย

  2. imaim
    มิถุนายน 19, 2009

    มีด้วยกันหลายวิธีครับ แต่ที่จะขอแนะนำก็คือ แบบวิธีธรรมชาติ ซึ่งจะดีกว่ากับสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น ใช้ยาฉุน (ยาเส้น) ละลายน้ำฉีด เช้า-เย็น ติดต่อกันประมาณ 4-5 วัน หรือจะใช้ปูนขาวโรย รอบๆ บริเวณแปลงผัก ซึ่งก็น่าจะป้องกันได้ (ในระดับหนึ่ง)

    มีบางคนเคยแนะนำว่า ให้ใช้น้ำมะพร้าวอ่อน เปิดลูกมะพร้าวไว้ ทิ้งไว้คืนเดียวเท่านั้น หอยทากจะลงไปตายในลูกมะพร้าว (อันนี้ไม่เคยลอง)

    อ้อ ! อีกวิธีหนึ่งค่อนข้างซาดิสส์หน่อย ก็คือการหยอดเกลือที่ตัวหอยทาก (ไม่ใช่เปลือก) รับรองครับตายคาที่!!! (แต่วิธีนี้ตอนเด็กๆ ผมมักเอาไปใช้ฆ่ามันด้วยความคะนอง เห็นเป็นไม่ได้ ตอนนี้รู้สึกผิดกับความคิดนั้นไปแล้ว เลยใช้อย่างวิธีแรกๆ ที่แนะนำมากกว่า)

    ลองดูนะครับ🙂

  3. ดิลล์
    มิถุนายน 20, 2009

    ข้าพเจ้ากะลังปวดกบาลอยู่เทียวขะรับ
    แตงกว่าแตกใบเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว เอาลงกระถาง ใช้ดินที่เขาผสมขาย ปรากฏ ใบกลายเป็นเขียวอมเหลือง แห้งแข็ง เริ่มเหี่ยวตามขอบใบ

    มันอิท่าไหนกันขะรับพ่อหมอ

    -สวนดิลล์-

    • imaim
      มิถุนายน 20, 2009

      เหอะๆ ท่านดิลล์
      ไอ้กระผมก็ไม่ได้เก่งอะไรนักดอก… เรียกเอาซะเสียอย่างกับเป็นกูรู!!!
      แต่ถ้าให้มองจากรูปการณ์ ? น่าจะมาจากการที่ท่านดิลล์ย้ายต้นของมัน จนไปกระทบกระเทือนระบบราก หรือไม่ก็เปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบต้น (จนมันรู้ตัว) อารมณ์เหมือนคนโดนย้ายที่อยู่กระทันหัน นั่นแหละท่าน “มันช็อค!!!” เอามันหลบร่ม…รดน้ำหน่อยในระยะแรก เดี๋ยวใบใหม่ก็งอกมาแทน แล้วค่อยนับหนึ่งกันใหม่ 555
      คราวหน้าคราวหลัง ท่านดิลล์คงต้องลองเพาะในถุงดำ หรือไม่ก็ลงแปลงให้มันรู้แล้วรู้แรด ท่าจะเวิร์คกว่ากับการปลูกแตงกวา (มันเป็นไม้เลื้อยนะท่าน) แต่คาดเดาเอาว่า ท่านดิลล์คงอยากเห็นมันในระยะใกล้ตาจึงปลูกมันลงกระถาง (ใช่ป่ะ?)
      ลองดูนะขอรับ ถ้ามันตาย ก็แค่ปลูกใหม่ (เพราะมันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป…) ชิลล์ๆ นะท่าน 555🙂

  4. gclub
    มิถุนายน 30, 2009

    ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆ

  5. Fran
    ตุลาคม 27, 2009

    ขอโทษนะครับช่วยหาพวกพืชผักสวนครัวได้ไหมครับผมจะเอาไปทำงานแล้วก็ชื่อภาษาอังกฤษกับภาษาไทยเลยนะครับ ขอบคุณครับ

  6. DJ Pauly D weight
    พฤษภาคม 12, 2011

    Well, I don’t know if that’s going to work for me, however definitely proved helpful for you!🙂 Excellent post!

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: