“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“ธรรมยาตรา” เดินไปด้วยกันกับธรรมชาติ

  เรื่อง: โอ๋ อิ่มเอม ตีพิมพ์ในนิตยสาร M SOCIETY ฉบับเดือน กรกฎาคม-กรกฎาคม 2554

เป็นเวลากว่าสิบปีมาแล้ว ที่การเดิน “ธรรมยาตรา” ได้เริ่มต้นและจารึกรอยเท้าอันยาวไกลให้หลายคนได้เรียนรู้ถึงวิถีแห่งการเดิน…ที่เป็นมากกว่าการย่างก้าวไปข้างหน้า

โดยหากย้อนกลับไปถึงก้าวแรก ธรรมยาตราในเมืองไทยนั้น ได้เริ่มต้นจากกลุ่มคนเล็กๆ ภายใต้การนำของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ในรูปแบบของการเดินทางไกลด้วยเท้าไปตามหมู่บ้านต่างๆ ตามลำน้ำปะทาว บนเทือกเขาภูแลนคา จังหวัดชัยภูมิ เป็นช่วงเวลา ๘ วัน ๗ คืน โดยมีจุดมุ่งหมายทั้งในด้านของศาสนธรรม การอนุรักษ์และวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกิดแรงกระตุ้นให้ผู้คนได้ตระหนักถึงศักยภาพของตนที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมดี โดยเริ่มต้นได้ง่าย หลายรูปแบบ จากตัวเราเอง สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่แนวทางในการตื่นตัวสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมอย่างเปิดกว้างได้หลายวิธี ทั้งในชุมชนท้องถิ่น ชุมชนเมือง ควบคู่ไปกับการพัฒนาความรู้สึกนึกคิดจิตใจของผู้คน ร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีงามให้เกิดขึ้นได้จริง

จวบจนวันนี้ เรื่องของธรรมยาตราได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนอีกมากมายในการเดินไปด้วยกันกับธรรมชาติ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จากตะวันออกจรดตะวันตก วันแล้ววันเล่า จนสู่ธรรมยาตราครั้งล่าสุด ภายใต้ชื่อ “ศรัทธาแห่งสายน้ำ จากขุนเขาน้ำแม่ปิง สู่ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา” จากการนำขบวนของ “คุณนิคม พุทธา” ผู้ซึ่งคนในวงการสิ่งแวดล้อมต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี รวมทั้งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางวิถีธรรมยาตรามาอย่างยาวนาน ซึ่งคุณนิคมได้กล่าวถึงสาระสำคัญของธรรมยาตราในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า

“สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงมีชีวิตอยู่ได้ ด้วยการอาศัย “น้ำ” น้ำ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยเราแบ่งพื้นที่เป็น 25 ลุ่มน้ำ การที่ยังคงมีน้ำ อยู่ทั้งน้ำใต้ดิน และน้ำที่ไหลตามผิวดิน รวมทั้งแม่น้ำต่างๆ ตลอดถึงความชื้นในอากาศ ก็ด้วยอาศัยปริมาณน้ำฝน พื้นที่ป่าทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้ และการที่จะมีน้ำได้ทั้งคุณภาพและปริมาณอย่างเหมาะสมและเพียงพอสำหรับการใช้ประโยชน์ให้กับทุกคนในประเทศนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการรักษาปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น พื้นที่ป่า และการจัดการน้ำในรูปแบบที่เป็นธรรมและยั่งยืน

แม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของสายน้ำที่เกิดจากการไหลมารวมกัน ตั้งแต่ปิง วัง ยม และน่าน ในพื้นที่ป่าภูเขาสูงทางภาคเหนือ แต่ปัจจุบันพบว่าพื้นที่ป่าภูเขาสูงทางภาคเหนือ บางส่วนได้ถูกบุกรุกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สูญเสียศักยภาพในการกักเก็บน้ำ และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น ปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม และความแห้งแล้ง รวมไปถึงปัญหาการขัดแย้งที่เกิดจากการจัดการน้ำ การใช้น้ำร่วมกัน ทั้งในระดับชุมชนท้องถิ่น อุตสาหกรรม และความขัดแย้งทางโครงสร้างนโยบาย เป็นต้น

เรามิอาจที่จะนิ่งดูดาย เมื่อเกิดการสูญเสียพื้นที่ป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการที่แม่น้ำถูกบุกรุกทำลาย จนส่งผลกระทบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน และสรรพสัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลายในระบบนิเวศน์

ในท่ามกลางการดำรงชีวิตอยู่ของเรา ทั้งปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต นับวันว่าจะห่างไกลจากธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนเรากับธรรมชาติ ก็ขาดหายไป รวมไปถึงการให้คุณค่าและความหมายของจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์เอง ก็นับวันจะห่างหายไปด้วยเช่นกัน

การเดินธรรมยาตรา จากขุนเขาน้ำแม่ปิง สู่ที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ครั้งนี้ จึงเป็นการเดินด้วยศรัทธาของคนกลุ่มหนึ่งที่มีต่อธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติกำลังถูกทำลาย ผู้คนกลุ่มนี้ ได้ตัดสินใจที่จะเดินบำเพ็ญเพียรตามสายน้ำ เพื่อที่จะน้อมรับฟังความในใจของธรรมชาติที่ส่งผ่านไปกับสายน้ำ และเพื่อที่จะสื่อสารไปยังผู้คนทั้งหลาย ให้รับรู้ถึงความในใจ เป็นการเปิด และฟื้นฟูมิติความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับธรรมชาติทางสำนึกและจิตวิญญาณ

ซึ่งในแต่ละวันภาพรวมของการเดินธรรมยาตรานั้น จะเป็นการเดินด้วยความสงบ ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น รับรู้การสัมผัสทุกย่างก้าว ในช่วงเช้าจะมีการเดินสวดมนต์และภาวนา ในส่วนของกลางวันจะสื่อสารพบปะ พูดคุยกับผู้คนระหว่างทาง ในส่วนของตอนเย็นและกลางคืน จะมีการตั้งวงพูดคุย เสวนา รับรู้ รับฟังเรื่องราวสภาพปัญหา ความต้องการต่างๆ ที่เกี่ยวกับป่า และแม่น้ำ รวมไปถึงทรัพยากรอื่นๆ

โดยเราได้มีการพบปะพูดคุยกับชาวบ้านหลายกลุ่มหลายสาขา แต่ที่น่าสนใจมาก คือ พวกกลุ่มเด็กเยาวชนที่เขาต้องเติบใหญ่ขึ้นมาในอนาคตข้างหน้าว่า เขาต้องอยู่กับทรัพยากรในปัจจุบันและส่งผลในอนาคต นี่ก็ทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น จากนี้ไปเราก็เลยวางแผนกิจกรรมการเดินธรรมยาตราไว้อีกหลายๆ ที่ เช่น วันที่ 22 -26 ตุลาคม 2554 นี้ จะมีการเดินภาวนาเพื่อป่าอินทนนท์ ตอนนี้มีภิกษุ สามเณรที่เตรียมตัวจะเดินทาง  เดินภาวนา  เพื่อป่าอินทนนท์ด้วยกันประมาณ 80 กว่ารูป  ตอนนี้เรากำลังเปิดรับสมัครอยู่  แล้วก็คาดว่าพอถึงเวลาจริงๆ คนก็อาจประมาณ 200 คน โดยเฉพาะเด็ก ๆ โรงเรียนมัธยม หรือว่าเด็กๆ ชนเผ่า ปกากะญอ ม้ง  ลีซู  ที่อยู่แถวนั้น  และเราอยากจะเชิญชวนให้ผู้คนมาร่วมเดินภาวนาให้ป่าอินทนนท์ด้วยกันนะครับ” 

www.chiangdaocamp.com

Facebook: ธรรมยาตรา ศรัทธาแห่งสายน้ำ

สะกิดใจ

“ธรรมยาตรา” เป็นกิจกรรมที่ท้าทายตัวเองว่า “เดินไปทำไม” การเดินเป็นการปฏิบัติให้เห็น สัมผัสได้ด้วยตนเองทั้งภายนอกและภายใน ถือเป็นหัวใจของงานธรรมยาตรา ทำให้รู้ว่า “การเดินได้” กับ “เดินเป็น” มีความแตกต่างกันอย่างไร

ในส่วนของชาวบ้าน อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าคณะธรรมยาตราเดินเพื่ออะไร เพื่อธรรมชาติ เพื่อรักษาป่า ต้นไม้ ถึงแม้ว่าชาวบ้านจะไม่ได้ร่วมเดิน แต่ชาวบ้านก็เข้าใจ ไม่ระแวง ไม่มีคำถามเหมือนปีแรกๆ ที่มักจะมีคำถามเสมอว่าเดินอะไร เดินทำไม เดินเพื่ออะไร

ประการสำคัญ คือ ความไว้วางใจ และศรัทธาต่อผู้นำทางจิตวิญญาณ รวมทั้งความเชื่อมั่นในความตั้งใจของคณะทำงานธรรมยาตรา ความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนยังหมายถึง วัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเคารพซึ่งกันและกัน อยู่กันด้วยความรัก ความเข้าใจ เห็นอกเห็นใจกัน โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จนเกิดเป็นความประทับใจและผูกพัน อยากกลับมาเดินทุกๆ ปี โดยคณะที่มาเดินธรรมยาตราจะขยายวงบอกต่อจากเพื่อนสู่เพื่อน ไปสู่ผู้คนหลากหลายอาชีพ นับตั้งแต่ข้าราชการ ครู พนักงานบริษัท  หลายๆ คนเมื่อรู้กำหนดการก็เริ่มเตรียมตัวและวางแผนที่จะมาเข้าร่วมเดิน  งานธรรมยาตราจึงเป็นเสมือนพื้นที่สำหรับกัลยาณมิตรที่มีแนวคิดคล้ายๆ กัน”

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: