“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

“กิจการเพื่อสังคม (และสิ่งแวดล้อม)” แม่แบบแห่งการสร้างสรรค์โลก

เรื่อง: โอ๋ อิ่มเอม ตีพิมพ์ในนิตยสาร M SOCIETY ฉบับเดือน กรกฎาคม-กรกฎาคม 2554

“ทรัพยากรในโลกมีเพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงคนทั้งโลก แต่ไม่เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงคนที่มีความโลภเพียงคนเดียว”

นั่นคือถ้อยคำของมหาตมะ คานธี ที่กล่าวถึงความจริงที่โลกเรากำลังเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันชัดเจนและนานพอที่จะกล่าวได้ว่า “ใกล้อวสาน” ท่ามกลางความโลภที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยถ้าหากมองย้อนกลับไปถึงสาเหตุหรือภาพรวมสำคัญ ส่วนหนึ่งย่อมมีผลมาจากการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ผ่านมา  ซึ่งมุ่งเน้นถึงการแสวงหากำไรสูงสุดโดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติสภาพแวดล้อมและสังคม  ในขณะที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็น “ต้นทุน” ที่เปราะบางต่อเรียกคืน  การกลับมาทบทวนถึงบทบาทของคนเราในการใส่ใจธรรมชาติและสังคมร่วมกัน จึงเป็นทางเลือกที่อาจต่อลมหายใจของโลกเราให้กลับมาสู่ทิศทางที่ควรจะเป็น อันเป็นที่มาของการเกิดรูปแบบธุรกิจที่ตระหนักถึงความสำคัญของต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งหวังให้เกิดการสร้างสมดุลระหว่างการได้รับผลตอบแทนทางธุรกิจ และการช่วยเหลือสังคมอย่างมีคุณธรรม ซึ่งเรียกรูปแบบธุรกิจว่า “Social Enterprise” หรือ “กิจการเพื่อสังคม” นั่นเอง

โดยในหลายปีที่ผ่านมา “กิจการเพื่อสังคม” นั้นได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก และหลายคนได้ตีความไปตามความเข้าใจแตกต่างกันออกไป ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า กิจการเพื่อสังคม คือการประกอบธุรกิจที่ไม่หวังผลกำไร กล่าวคือ กำไรที่เกิดขึ้นนั้นจะถูกส่งคืนให้กับสังคมในรูปแบบของกิจกรรมเพื่อสังคมหรือการสร้างงานให้กับคนยากไร้ แต่จริงๆ แล้ว การเป็นกิจการเพื่อสังคมนั้นนับรวมตั้งแต่การนำนวัตกรรมใหม่ๆ อันหลากหลายมาใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะเกิดขึ้นและส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ยั่งยืน  แต่ในขณะเดียวกันธุรกิจเพื่อสังคมนั้นต้องรับภาระมากกว่า  เนื่องจากต้องผสมผสานคุณค่าทางสังคมในหลายด้าน (สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐศาสตร์) และต้องพยายามยืนหยัดอยู่ในวงการธุรกิจที่ถูกขับเคลื่อนโดยผลประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์เพียงอย่างเดียว  สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเพื่อสังคมไม่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนทั่วไปคือ ผลกำไรที่ต่ำ  ซึ่งทำให้การทำธุรกิจเพื่อสังคมมีแนวทางที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด สำหรับกิจการเพื่อสังคมนั้น จะอาศัยการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก Triple Bottom Line  คือ การสร้างผลตอบแทนให้แก่สังคมและชุมชน (social) การรักษาสิ่งแวดล้อม (environment) และการบริหารจัดการธุรกิจเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรอย่างเป็นธรรม (economic) โดยสามแกนหลักนี้เป็นแนวทางพื้นฐานสำคัญในการทำธุรกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ธุรกิจที่หวังผลกำไรและไม่หวังผลกำไรนั้นสามารถสร้างคุณค่าต่างๆ ให้แก่สังคมมากกว่าที่ข้อบทกฎหมายกำหนดไว้ อาทิ การสร้างงาน  การจ่ายภาษี  การขายสินค้า และบริการแก่ผู้บริโภค  ขณะเดียวกันธุรกิจก็ยังสามารถสร้างผลกระทบด้านลบแก่สิ่งแวดล้อมด้วย  เช่น การสร้างขยะและมลภาวะ  แต่ถ้าธุรกิจเหล่านั้นมีการเปลี่ยนแปลงจะเป็นอย่างไร?  หากธุรกิจสามารถทำธุรกิจบนพื้นฐานการตอบแทนแก่สังคม โดยสามารถเลือกลงทุนในธุรกิจที่ช่วยชีวิตคนได้มากกวาธุรกิจอื่นๆ ไม่ลงทุนในธุรกิจที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และด้วยการที่ธุรกิจสามารถระดม “ทุนทางสังคม” (social capital)  เพื่อนำมาลงทุนสร้างธุรกิจที่ยั่งยืน  ซึ่งไม่ได้มีกำไรเป็นแรงจูงใจแต่เพียงอย่างเดียว  ทำให้ธุรกิจสามารถรุกเข้าสู่ตลาดใหม่และสามารถขยายธุรกิจหลักได้พร้อมๆ กับการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในสังคมและธรรมชาติให้ดีขึ้นด้วย และด้วยลักษณะของกิจการเพื่อสังคม ซึ่งเป็นการประสานความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและผลตอบแทนในด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและผลตอบแทนทางการเงิน  โดยตัวของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ (social entrepreneur) เอง  มีความสนใจที่จะสร้างผลตอบแทนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้รูปแบบการบริหารจัดการของธุรกิจและใช้คุณธรรมเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง  ซึ่งเชื่อมโยงกันระหว่างการทำธุรกิจและการทำเพื่อสังคมอย่างมีความรับผิดชอบ  เช่น การทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับอบายมุข และธุรกิจที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น รวมถึงมีการตั้งเป้าหมายหลักของธุรกิจเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคม/สิ่งแวดล้อมอย่างมีนวัตกรรม (Innovation)  และธุรกิจนั้นสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  พร้อมกับการเจริญเติบโตมีกำไรเหมือนองค์กรธุรกิจทั่วไป กิจการเพื่อสังคม จึงเป็นการนำโมเดลธุรกิจมาใช้กับเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม  เป็นการรวมโมเดลธุรกิจแบบไม่หวังผลกำไร  พร้อมกับการทำประโยชน์เพื่อสังคม  ร่วมเข้ากับธุรกิจหลักของบริษัท  ซึ่งจะทำให้บริษัทไม่เพียงแต่ยังคงสามารถสร้างรายได้  แต่ยังทำความดีกลับคืนสู่สังคม  รวมทั้งคืนผลกำไรที่ได้รับกลับคืนสู่ชุมชนที่บริษัทดำเนินกิจการอยู่ และถ้าจะจำแนกประเภทกิจการเพื่อสังคมนั้น อาจแบ่งได้ตามลักษณะของการประกอบธุรกิจได้ 3 ประเภท คือ ธุรกิจที่เน้นด้านสินค้า ธุรกิจเน้นด้านบริการ และธุรกิจแบบผสม      

โดยต่อไปนี้คือตัวอย่างของกิจการเพื่อสังคมในเมืองไทย ที่อาจทำให้ใครหลายคนที่คิดจะเริ่มต้นทำธุรกิจ หันมาวางแม่แบบสำหรับการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น และมันคงไม่ใช่เรื่องของโลกอุดมคติอีกต่อไป หากเราเริ่มต้นลงมือทำร่วมกัน

สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม (อาศรมพลังงาน)

ผลิตภัณฑ์ของอาศรมพลังงาน สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม มีทั้งที่เป็นซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ดังนี้ 1. “ซอฟต์แวร์” อันหมายถึง หลักสูตรการอบรมต่างๆที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่มีอยู่ในอาศรมพลังงาน หลักสูตรการทำเกษตรด้วยถ่าน หลักสูตรค่ายเยาวชน การวางแผนพลังงานระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ด้านการศึกษา ซึ่งเป็นการจัดกระบวนการเพื่อการศึกษา เรียนรู้ พัฒนา และยกระดับจิตใจ 2. “ฮาร์ดแวร์” มีทั้งสินค้าที่เป็นหนังสือ ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น แชมพูมะกรูดแท้ สบู่ครีมมะขาม แป้งถั่วเขียว น้ำยาล้างจาน ถ่านดูดกลิ่น สเปรย์ไล่ยุง ตะไคร้หอม เป็นต้น ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีพลังงาน เช่น เครื่องทำน้ำร้อนจากแสงอาทิตย์ เครื่องบีบสกัดน้ำมันพืช (เครื่องสกรูเพรส) ชุดเตาเผาถ่าน 200 ลิตร เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง เป็นต้น

ผลตอบแทนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม:  ผลงานของสมาคมที่ผ่านมามีส่วนช่วยชี้นำทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้กับประเทศ และผลักดันคำว่า “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และเป็นสถาบันอบรมเรื่องการจัดการพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทางเลือก ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ • ทำให้ผู้เข้าอบรมหลายหมื่นคนตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันได้รู้ซึ้งถึงคุณค่าของพลังงาน ผ่านการทดลองทำด้วยตนเอง ปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์พลังงานให้แก่เยาวชน ปัจจุบันมีคณะเข้ามาดูงานประมาณ 3,000 คนต่อปี • มีส่วนช่วยวางแผนพลังงานระดับท้องถิ่นให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ • พัฒนาและทดลองทฤษฎีใหม่ๆ เพื่อรองรับปัญหาด้านพลังงาน และคิดค้นปรับปรุงนวัตกรรมด้านพลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง เช่น คิดค้นกระบวนการผลิตถ่านจากเศษกิ่งไม้ที่สามารถไล่น้ำมันดิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งออก ทำให้ถ่านที่อาศรมพลังงานเผามีปริมาณน้ำมันดินน้อยกว่าถ่านทั่วไป • ช่วยลดขยะจากการนำของเหลือใช้ไปทดลองผลิตเป็นพลังงานทางเลือก

สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม 135/4 หมู่ 4 ถนนธนะรัชต์ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 30130โทรศัพท์: (044) 297-621, 08-1660-0377, 08-1689-5045 โทรสาร: (044) 297-621 เว็บไซต์: www.ata.or.th  

BikeXenger” บริการส่งเอกสารและพัสดุด้วยจักรยาน

บริการของ BikeXenger ไม่ได้แก้ไขปัญหาการจราจรและมลพิษโดยตรง แต่เป็นบริการที่ตอบสนองความต้องการส่งเอกสารและพัสดุในสภาพการจราจรที่ติดขัด มีจุดเด่นที่แตกต่างจากการบริการด้วยจักรยานยนต์ดังนี้ 1) การใช้จักรยานส่งเอกสาร และพัสดุ มีความคล่องตัวมากกว่าจักรยานยนต์ในย่านธุรกิจหรือจุดที่มีการจราจรหนาแน่น 2) จักรยานไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องน้ำมัน ไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น 3) จักรยานไม่ปล่อยมลพิษทางเสียงและอากาศ 4) ค่าดูแลรักษาจักรยานถูกกว่าจักรยานยนต์ 5) การใช้จักรยานสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้องค์กรที่เลือกใช้ Green Service 6) สร้างงานให้ผู้รักในการปั่นจักรยาน 7) เป็นการกระตุ้นให้ผู้พบเห็นเกิดความต้องการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน 8) ผู้ที่ใช้รถยนต์ในชีวิตประจำวัน เมื่อเห็นตัวอย่างการใช้จักรยาน อาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยหันมาใช้จักรยานในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น

ผลตอบแทนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม:  “1) ด้านสิ่งแวดล้อม – ลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ – ลดมลภาวะทางเสียง – ประหยัดพลังงาน 2) ส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นองค์กรสีเขียว 3) เป็นตัวอย่างของการใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน 4) เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเยาวชน ผู้ใส่ใจในกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม “

bikexenger 73/26 ซอยวัดราชสิงขร ถนนเจริญกรุง เขตบางคอแหลม 10120 โทรศัพท์: 0869941301 www.bikexenger.com  / e-mail: bikexenger@gmail.com

บริษัท ไทยคราฟท์ แฟร์เทรด จำกัด

1. บริการจัดหาตลาดให้กับสินค้าหัตถกรรมของชาวบ้าน เช่น การจัดงานแสดงสินค้า โดยมีเกณฑ์คือ ต้องเป็นสินค้าหัตถกรรมเท่านั้น และต้องตั้งราคาให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคและคุณภาพของสินค้า ซึ่งคุณภาพจะต้องได้มาตรฐาน เช่น ถ้าเป็นเครื่องครัวหรือเครื่องประดับเงิน ต้องมีเลขประทับบ่งชี้ความบริสุทธิ์ของเงิน เป็นต้น 2. คัดสรรผลิตภัณฑ์ฝีมือชาวบ้านทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ซื้อที่เป็นชาวต่างชาติ เช่น สิ่งทอ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากธรรมชาติ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากขยะพลาสติก เครื่องครัว เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน เป็นต้น 3. บริการให้คำปรึกษาด้านการตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการผลิตให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดย ThaiCraft ไม่ได้เข้าไปตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น แต่จะประเมินจากกระแสตอบรับของลูกค้าในงาน

ผลตอบแทนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม:  • ส่งเสริมให้ผู้ผลิตได้มีประสบการณ์ในการจัดนิทรรศการเพื่อขายสินค้า การทำการตลาดด้วยตนเอง โดยที่ไทยคราฟท์จะคอยให้คำปรึกษาอยู่เบื้องหลัง • เป็นตลาดสำคัญทั้งในและนอกประเทศให้กับชุมชนผู้ผลิตหัตถกรรม ที่ผู้ผลิตจะได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมตามหลักแฟร์เทรด ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ผลิตสินค้าหัตถกรรมเข้าร่วมกว่า 70 กลุ่มจากทั่วประเทศ จากเดิม 25 กลุ่มในปี 2518 • สร้างโอกาสโดยเจาะจงที่จะทำงานร่วมกับผู้ผลิตและแรงงาน เพื่อช่วยให้พ้นจากสภาพความเป็นอยู่ที่เปราะบางไปสู่สภาวะที่มั่นคงและอยู่ได้ด้วยตนเอง • มีส่วนช่วยส่งเสริมค่านิยมและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการค้าที่เป็นธรรม ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

บริษัท ไทยคราฟท์ แฟร์เทรด จำกัด 242 ถนนอาคารสงเคราะห์ สาย 15 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์: 0-2676-0636 โทรสาร: 0-2286-0675 www.thaicraft.org e-mail: stephen@thaicraft.org, suwadee@thaicraft.org

ไข่ไก่อุดมชัยฟาร์ม

ท่ามกลางอุตสาหกรรมไข่ไก่ที่สร้างค่านิยมการผลิตแบบเน้นปริมาณสูงสุดภายในพื้นที่จำกัด โดยไม่คำนึงถึงความเป็นอยู่ของไก่ และมีการฉีดฮอร์โมน สารเคมี รวมถึงยาปฏิชีวนะต่างๆ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต อันอาจก่อให้เกิดสารตกค้างมายังผู้บริโภค “อุดมชัยฟาร์ม” ยังคงใช้วิธีการเลี้ยงไก่ด้วยวิถีธรรมชาติ โดยปล่อยไก่เป็นอิสระ และไม่เคยใส่สารเร่งสีแดงให้ไก่กิน แต่ใช้น้ำหมักชีวภาพและสมุนไพรท้องถิ่นแทน ส่งผลให้ไก่ในฟาร์มมีภูมิต้านทานโรคและแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งยังลดจำนวนไก่ลงเพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง และคัดสรรอาหารปลอดสารเคมีให้ไก่กิน เช่น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง ปลาป่น และรำ เป็นต้น ในปี พ.ศ. 2551 ไข่ชีวภาพของอุดมชัยฟาร์มเริ่มเข้าสู่ระบบตลาดภายใต้แบรนด์ “ปล่อยไก่ อุดมชัยฟาร์ม” พร้อมคำขวัญ “ไข่ไก่ชีวภาพ จากแม่ไก่อารมณ์ดี” และยังคงยึดแนวทางการเลี้ยงไก่ด้วยความเมตตา จัดสภาพแวดล้อมในฟาร์มให้สะอาด ให้อาหารที่มีคุณค่า ทำให้ไก่สามารถผลิตไข่ที่มีคุณภาพมาสู่กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและรู้คุณธรรมชาติ

ผลตอบแทนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม:  เป็นผู้นำตลาดไข่ไก่ชีวภาพในประเทศไทย โดยเลี้ยงไก่ตามวิถีธรรมชาติ ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช้ฮอร์โมนหรือสารเคมีอื่นๆ ใช้น้ำหมักชีวภาพและสมุนไพรไทยในการดูแลสุขภาพไก่ และให้กินอาหารธรรมชาติที่ทางฟาร์มผลิต ทำให้ได้ไข่ไก่ที่มีคุณภาพดี และไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อุดมชัยฟาร์มได้รับรางวัลผู้เชี่ยวชาญดีเด่นด้านเกษตรอินทรีย์ จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)

ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดมชัยฟาร์มพระพุทธบาทสระบุรี 64 หมู่ 12 ถนนพหลโยธิน ตำบลพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี 18120 โทรศัพท์: 08-1319-5690 08-1704-7505 www.ploikai.com e-mail: sutatip_egg@hotmail.com

สามารถค้นหาข้อมูลและรายชื่อกิจการเพื่อสังคมอีกมากมายเพิ่มเติมได้ที่:

สำนักงานสร้างเสริมกิจการสังคมแห่งชาติ Thai Social Enterprise Office (TSEO)http://tseo.or.th/

และสถาบันธุรกิจเพื่อสังคม Corporate Social Responsibility Institute (CSRI) : www.csri.or.th

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: