“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

การออกแบบที่เป็นมิตรของ พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร

เรื่อง: โอ๋ อิ่มเอม ภาพ: ก้องกานต์ สุจิระสิงหะกุล ตีพิมพ์ในนิตยสาร M SOCIETY ฉบับเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2554

นอกจากบทบาทการเป็นพิธีกรและดีเจหนุ่มอารมณ์ดีที่ทำให้ใครหลายคนประทับใจแล้ว วันนี้ชื่อของ “ท็อป” หรือ “ พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร” ยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่อีกครั้ง ทั้งในฐานะของนักออกแบบ รวมถึงการเปิดตัวของ “Eco Shop” ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นความท้าทายทั้งในเรื่องของความฝันส่วนตัวและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย

โดย คุณท็อป พิพัฒน์ ได้ร่วมถ่ายทอดถึงความคิดและแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการทำงานในครั้งนี้ว่า

“จุดเริ่มต้นของ Eco Shop นั้น คงต้องบอกว่า มีหลายเหตุผลรวมกันครับ โดยข้อแรกคือ มันเป็นความใฝ่ฝันครับ ซึ่งการออกแบบคือสิ่งที่ผมรักและเรียนจบมาโดยตรงตั้งแต่สมัยปริญญาตรี แต่ก็มีอันต้องหยุดพักเอาไว้ก่อน เมื่อชีวิตเข้าสู่วงการบันเทิง จนกระทั่งมีโอกาสได้เรียนต่อในระดับปริญญาโทอีกครั้งทางด้านการตลาด (เพื่อต่อยอดความฝันที่อยากจะมีร้านขายงานออกแบบโดยเฉพาะ)  โดยช่วงที่ต้องทำวิทยานิพนธ์ก็มีโอกาสได้ไปดูหนัง  An Inconvenient Truth  ก็เลยรู้สึกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญมาก  จึงเอาประเด็นนี้กลับมาทำวิทยานิพนธ์ โดยเป็นเรื่องเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์เพื่อสิ่งแวดล้อมครับ 

แล้วประเด็นต่อจากนั้นก็คือ  การมีโอกาสได้เป็นนักออกแบบให้กับ สวทช.  (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) คือทำโครงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทอง และได้รวมกลุ่มกับ ดร.สิงห์  อินทรชูโต ออกแบบโคมไฟที่ชื่อว่า ‘ฟริปแลมป์’ โดยทำมาจากเศษด้ายสายคล้องผ้าม่าน ซึ่งเมือเจ้าของโรงงานเขาเห็น เขาก็รู้สึกชอบมาก แต่คำถามต่อมาก็คือ แล้วเราจะขายอย่างไร เพราะในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ไม่มีร้านผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมเลย

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ก่อนหน้านี้เราเห็นเวทีการประกวดเยอะมาก แต่ถ้าเราอยากซื้อของหรืออยากเห็นการพัฒนาของเขา เราจะไปดูได้จากที่ไหน  มันเกิดเป็นคำถามชิ้นใหญ่สำหรับวงการออกแบบเลยทีเดียว นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมตอบกระตุ้นกับตัวเองว่า เอาล่ะ! เรามาทำตามความฝันดีกว่า เรายังไม่เคยเห็นเลยว่ามีร้านขายงานดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ และหวังว่า ที่แห่งนี้จะทำให้งานออกแบบอีกหลายชิ้นของนักออกแบบรุ่นใหม่ มีเวทีสำหรับการทดลองตลาดได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นเรื่องของการประกวดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป”

และแม้ในความเป็นจริง ร้าน Eco Shop ของคุณท็อปจะมีข้อจำกัดในเรื่องของทุนอยู่บ้าง แต่ก็ยังมีจุดเด่นอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจสำหรับความพยายามครั้งสำคัญนี้

“ถ้าในแง่ของการทำธุรกิจ  การทำร้านที่เน้นขายงานดีไซน์เพียงอย่างเดียว ผมคงไม่อาจจะไปแข่งกับร้านขายงานดีไซน์ที่มีอยู่ทั่วไปได้ เพราะเรามีทุนไม่หนาพอ  ซึ่งมีปัจจัยทั้งในเรื่องของการนำเข้า  ภาษี  ราคาสินค้าอะไรทำนองนี้  ก็เลยคิดว่าเอาล่ะ “Eco Shop” ตรงนี้น่าจะเป็นช่องเล็กๆ ทำให้เราโดดเด่นได้ เพราะเราเป็นที่แรกในเรื่องของการขายงานดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือถ้าจะให้พูดแบบง่ายๆ ก็คือ เราน่าจะเป็นจิ๊กโก๋ในซอยได้ เพราะมันอาจจะไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่มาก เราเป็นแค่จิ๊กโก๋ในซอยเราก็รู้สึกดีแล้ว ก็เลยเจาะไปที่กลุ่มเล็กๆ ของเรา  จนกลายเป็น  Eco Shop ซึ่งเป็นเวทีขายงานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเมืองไทย  และผมก็มีความภูมิใจว่า นี่คือร้านที่เป็นเวทีสำหรับนักออกแบบโดยเฉพาะ ถ้าคุณมีงานที่น่าสนใจ และไม่ว่าจะคุณจะเป็นใคร มีกี่ชิ้น จะ 1 ชิ้น 2 ชิ้นก็ได้ทั้งนั้น หากมันสามารถผลิตแล้วใช้ได้จริงๆ ที่ Eco Shop ยินดีเสมอครับ”

เพราะความสำเร็จย่อมต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ คุณท็อปรู้สึกอย่างไรกับการเริ่มต้นที่เกิดขึ้น

“ค่อนข้างน่าพอใจมากครับสำหรับการเริ่มต้น เราอยากจะประสบความสำเร็จในเรื่องของการทำให้คนรู้จัก Eco Shop ว่าที่นี่ทำอะไรได้บ้าง ให้คนรู้จักงานออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมว่ามันเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้คนจะรู้จักว่า มันต้องเป็นสิ่งของจากธรรมชาติเท่านั้น แต่จริงๆ มันก็มีอีกหลายๆ อย่างที่เราสามารถที่จะทำเพื่อสิ่งแวดล้อมได้ ถ้าพูดถึงในแง่การที่จะให้คนหันมาใส่ใจ ผมว่าตอนนี้สอบผ่านแล้วครับ

และนับว่าผมโชคดีเช่นกันที่ได้อยู่ในวงการบันเทิงและรู้สึกดีใจที่ได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลาย ทำให้คนรู้จักได้เร็วมากขึ้น  เร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้เยอะเลย

แต่ถ้าถามว่าในแง่ของยอดขาย ตอนนี้ยังไม่ได้กำไรมากสักเท่าไร อย่างหนึ่งเป็นเพราะว่าเราไม่ได้ตั้งราคาสูงเท่าไร ถ้าผมตั้งราคาสูง คนจะรู้สึกคิดเยอะในการซื้อสินค้า กว่าเราจะขายได้แต่ละชิ้นมันจะยาก  สิ่งที่ผมต้องการคือให้เขาซื้อไปและลองใช้ จากนั้นกลับบอกเราว่าเป็นอย่างไร แล้วพอของมันขายได้คนที่เป็นนักออกแบบไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ เขาก็จะพัฒนาของเขา เพราะว่ามันขายได้  มันไปกระตุ้นเขา เราก็จะได้ของใหม่ๆ มา มีการพัฒนาสินค้ามากขึ้นตาม แค่นี้แหละความต้องการเล็กๆ ของผม”

จากการที่ได้ทำ Eco Shop มีประเด็นหรือเรื่องพิเศษที่น่าสนใจอะไรบ้าง

“เรื่องราวของสินค้ามีทุกชิ้นเลย บางชิ้นก็ได้จากต่างประเทศ  ล่าสุดไปหลวงพระบาง  มีคุณป้าคนหนึ่งทำตุ๊กตาทำมือจากผ้า  แล้วตลาดในหลวงพระบางจะเป็นตลาดที่ของคล้ายๆ กันหมด  แต่คุณป้าคนนี้เย็บตุ๊กตาทำมือ  เป็นตุ๊กตาสัตว์หน้าตาประหลาดๆ 2 หัว คือแกทำตามจินตนาการ  โดยผลิตจากผ้าตัดใหม่ ซึงแม้ไม่ได้ผลิตจากเศษผ้า แต่เรารู้สึกว่า มันยังอยู่ในแนวทางของ Eco Shop เพราะเราตั้งใจว่านอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว ถ้าเราได้ช่วยเหลือคน ช่วยเหลือชุมชนด้วย มันน่าจะเป็นสิ่งที่ดี

นอกจากนี้ ยังมีงานของกลุ่มแม่บ้านที่กลางวันส่วนใหญ่ลูกหลานออกไปเรียน และก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก พอลูกหลานกลับมาก็ต้องออกไปหาเงินโดยการขายพวงมาลัยตามถนน กลุ่มนี้ก็เลยตั้งกลุ่มขึ้นมาชื่อว่า Friend International ผลิตสินค้าเพื่อที่จะทำให้มีรายได้และลูกหลานก็ไม่ต้องออกไปขายพวงมาลัยหรือทำงานตามท้องถนน สิ่งที่เขาทำขึ้นมาก็คือสร้อยคอ ที่ผลิตมาจากกระดาษหนังสือนิตยสาร เขาตัดมาเป็นเส้นเล็กๆ แล้วก็ม้วนกลมๆ ทำเป็นเครื่องประดับ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือว่าเอากล่องขนมมาพับติดคลิปหนีบกระดาษแล้วมาทำเป็นสร้อยคอ ก็ล้วนทำออกมาได้น่าสนใจทั้งหมดครับ”

ก้าวต่อไปของ Eco Shop 

“ผมตั้งใจว่า Eco Shop จะเป็นศูนย์รวมสินค้าและบริการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็หมายรวมถึงเรื่องของการจัดการคนด้วย

เรามีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง ดร.สิงห์ อินทรชูโต และอีกคนที่ขาดไม่ได้คือ คุณจ๋า วีรนุช  ตันชูเกียรติ  ซึ่งตอนนี้เรากำลังจัดตั้งบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านนี้โดยเฉพาะ ก็เลยคิดว่าต่อไปเราจะทำให้ครบวงจร  ภายใต้คนคอนเซ็ปต์ที่ทำเพื่อคนและสิ่งแวดล้อม”

ถ้ามองย้อนกลับไปถึงความสำเร็จที่ทำให้เราเป็นอย่างทุกวันนี้คืออะไร

      “ในความรู้สึกของผม คือครอบครัวครับ ซึ่งผมโชคดีมากที่ชีวิตได้อยู่กับพ่อแม่มาโดยตลอด จึงทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น ยิ่งโดยเฉพาะกับแม่ด้วยแล้ว ท่านมีอิทธิพลต่อชีวิตผมมากๆ เพราะไม่ว่าเรื่องอะไร ทั้งสุขและทุกข์ แม่จะคอยอยู่เคียงข้างเสมอ โดยท่านให้ทั้งความคิด กำลังใจ รวมถึงเป็นแบบอย่างที่ดี แม่ไม่เคยห้ามในเรื่องที่ผมชอบ ยกเว้นเรื่องนั้นมันเป็นสิ่งที่เสี่ยงเกินไป เช่น ยาเสพติด หรือทำให้คนอื่นเดือดร้อน

       และด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้ผมพยายามใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มันมีคุณค่าและคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะกับพ่อแม่ เพราะเราไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ชีวิตมันสั้นและเปราะบางมาก ผมไม่อยากมานั่งนึกเสียดายในเวลาที่มันสายไป อยากจะกอด อยากจะบอกรัก อยากจะทำสิ่งดีๆ ให้กัน ก็ขอให้เริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ มันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับการมีชีวิตอยู่ร่วมกันครับ”

ECOSHOP outlet: 1fl. Digital Gateway Building, 
Siam Square, Rama I Road, Pathumwan, Bangkok 10330, Thailand

www.ecoshop.in.th

Opens daily

Mon – Thu11.00am – 9.00pm

Fri – Sun10.00am – 9.00pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: