“The camera is an instrument that teaches people how to see without a camera.”

Dorothea Lange "โลกทั้งใบ ไม่ได้สวยงามในทุกเรื่อง… แต่ก็ไม่น่าชิงชัง เกินกว่า "ชีวิต" จะค้นพบ "ความสุข" จากบางแง่มุม…" >> โอ๋ อิ่มเอม

ถึงเวลา…แสดงความรู้สึก

บทบรรณาธิการ: โอ๋ อิ่มเอม / ตีพิมพ์ในนิตยสาร M Society ฉบับเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2554

ตอนเด็กๆ มีคนเคยถามว่า ผมกลัวอะไรมากที่สุด? จำได้แม่นว่า คำตอบจากเด็กดื้ออย่างผมนั้น คือ “ผมกลัวพ่อ” เพราะพ่อมักจะดุและคอยเคี่ยวเข็ญด้วยสารพัดวิธี จนรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรก็พลอยผิดไปเสียหมดอยู่ร่ำไป…ตามประสาคนไม่เข้าใจพ่อ และด้วยความคิดตื้นๆ เหล่านั้น มันก็ยังคงติดค้างไปกับเวลาในชีวิตนานนับสิบปี ถึงขนาดแค่การนั่งพูดคุยด้วยกันสองคนตามประสาพ่อลูก ผมก็ยังไม่กล้าพอเสียด้วยซ้ำ ซึ่งนึกแล้วก็ประหลาดใจในความขลาดเขลาของตัวเองอยู่ไม่น้อย

จนกระทั่งในวันที่ผมมีโอกาสได้เป็นพ่อคน คำถามมากมายเริ่มก่อตัวขึ้นและรบเร้าให้ผมทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา รวมถึงเรื่องราวของพ่ออย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน… ผมนึกถึงคำพูด นึกถึงคำสอน นึกถึงแบบอย่างที่พ่อแสดงให้เห็น และพลอยภูมิใจอยู่ลึกๆ ว่าตัวเองก็มีพ่อที่น่าเคารพเป็นอย่างยิ่ง แม้จะเป็นในรูปประโยคของความรักที่ไม่แสดงออกก็ตาม

จำได้ว่าคำพูดที่พ่อมักจะเน้นย้ำอยู่เสมอนั่นคือ จงให้ความสำคัญกับเรื่องของเวลา เรื่องคำพูด และสุดท้ายคือเรื่องของโอกาส เพราะสิ่งเหล่านี้เรามักจะเรียกมันคืนได้ลำบากหรือบางครั้งมันอาจจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น

ซึ่งจะด้วยความกลัวแบบสะสมแต้มหรืออะไรก็ตามแต่ ผมในฐานะเด็ก (เคย) ดื้อตัวกระเปี๊ยก กลับไม่เคยคัดค้านคำสอนของพ่อ และเห็นข้อพิสูจน์เหล่านี้มานับไม่ถ้วนกับผู้คนมากมายที่ร่วมเดินทางในชีวิต แต่แปลกใจยิ่งนัก ที่ตัวเองกลับไม่เคยให้ความสำคัญในเรื่องเวลา ในเรื่องคำพูด และเรื่องของโอกาส กับคนที่คอยพร่ำสอนเรื่องราวดีๆ เหล่านี้

กลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่มหาอุทกภัยได้แผ่ขยายวงกว้างเข้าสู่เมืองหลวง ผมได้ใช้โอกาสนี้อพยพชีวิตไปสู่ชายคาบ้านเกิดอีกครั้ง ที่นั่นผมมีเวลาได้ใช้ชีวิตกับพ่อ บุคคลที่ผมไม่กล้าแสดงออกซึ่งความรัก และขจัดความงมงายต่อความกลัวของตนเองด้วยการลองพาท่านไปในทุกๆ ที่ที่ท่านอยากไป ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมจีบที่พ่อมักจะพาผมไปนั่งตอนเช้าๆ เมื่อครั้งเป็นเด็ก หรือจะเป็นร้านข้าวต้มสูตรโบราณที่แม่ชอบ  ผมมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องราวที่ไม่เคยคุยกันมาก่อนระหว่างพ่อลูก ซึ่งล้วนเป็นคำถามที่ต่างรอคอยกันมานาน รวมถึงการได้จับมือท่านจูงเดินข้ามถนน ซึ่งในวินาทีแรกที่สัมผัสกับมืออุ่นๆ นั้น มันช่างเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุดครั้งหนึ่งในชีวิต  กระทั่งการได้บอกรักท่านด้วยการสวมกอด ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ชีวิตของคนขลาดเขลาอย่างผมไม่เคยแสดงออกมาก่อน จึงนับเป็นความโชคดีที่ผมยังได้ใช้ประโยชน์จากเรืองของเวลา คำพูด และโอกาสในวันที่ยังไม่สายเกินไปนักกับบุคคลอันเป็นที่รัก (สักที)

และคงไม่มีสิ่งไหนยืนยันได้ดีเท่ากับการกระทำ!!! 

😀

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on พฤศจิกายน 24, 2011 by in 02 PEOPLE + THOUGHT / คือความคิดและผู้คนในความทรงจำ.

นำทาง

%d bloggers like this: